Menu

ป้ายกำกับ: ลดน้ำหนัก

งดแป้ง งดไขมัน งดมื้อเย็น ทำไมยังอ้วน?

    3 วิธียอดฮิตของใครหลายๆ คนที่อยากผอม คงหนีไม่พ้นการงดแป้ง งดไขมัน และงดมื้อเย็น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดี และใครๆ ก็แนะนำให้ทำแบบนี้ แต่เชื่อหรื อ่านต่อ

    3 วิธียอดฮิตของใครหลายๆ คนที่อยากผอม คงหนีไม่พ้นการงดแป้ง งดไขมัน และงดมื้อเย็น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดี และใครๆ ก็แนะนำให้ทำแบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลายคนที่ทำตามวิธีดังกล่าว นอกจากน้ำหนักจะไม่ลดอย่างที่ใจหวังแล้ว ยังอาจน้ำหนักเพิ่มขึ้นก่อนที่จะตั้งใจลดความอ้วนเสียอีก หรือที่เรียกกันว่า “โยโย่เอฟเฟกต์” นั่นเอง

แท้ที่จริงแล้ว 3 วิธีสุดฮิตดังกล่าว ไม่ใช่วิธีลดความอ้วนที่ถูกต้องเลย เพราะอะไร ลองมาดูกัน

 


1. งดแป้ง
บางคนงดแป้งโดยเด็ดขาด ถึงขั้นตัดอาหารเหล่านี้ออกจากร่างกายในทุกมื้อ เกาเหลาผักล้วนไม่ใส่กระเทียมเจียว ส้มตำ หรือสลัดผักล้วนทุกวัน กินวนไปเรื่อยๆ แบบนี้ ทำให้ร่ายกายเริ่มรู้สึกว่ากำลังขาดสารอาหาร และบังคับให้ร่างกายอยากหาของหวานมาทานโดยด่วนๆ เพราะร่างกายกลัวว่าเราจะขาดสารอาหาร เป็นเหตุให้ใครหลายคนที่งดแป้งไปสักพัก เกิดความอยากอาหารหวาน ขนมหวานๆ น้ำหวานๆ แบบหน้ามืดตามัว จนเผลอทานเยอะเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ พลังงานเหลือมาสะสมไว้ที่พุง ที่ก้น และต้นขาของเรานี่แหละ

เหตุที่ร่างกายเลือกโหยหาน้ำตาลด่วนๆ ในช่วงที่ร่างกายคิดว่าตัวเองกำลังจะขาดแคลนแป้งนั้น เพราะน้ำตาลสามารถให้พลังงานกับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง แต่เพราะการดูดซึมได้เร็ว หากทานเยอะก็จะทำพลังงานที่ได้ไปใช้ไม่ทัน พลังงานที่เหลือจะถูกนำไปสะสม แต่สักพักเราก็จะหิวโหยใหม่ เพราะพลังงานที่เหลือนั้นนำไปสะสมอยู่ในชั้นไขมันหนาๆ ของเราไปแล้วนั่นเอง

วิธีลดความอ้วนที่ถูกต้อง คือ ไม่ให้งดแป้ง แต่ให้ลดการทานแป้งขัดสี พวกแป้งขาวๆ ผ่านการแปรรูปแล้วทั้งหลาย ไล่ไปตั้งแต่ข้าวขาว น้ำตาลทรายขาว ขนมปังขาว น้ำหวาน น้ำเชื่อม ผลไม้รสหวานจัด ขนมหวานต่างๆ กะทิ ขนมจากเบเกอรี่ เช่น เค้ก โดนัท ครัวซอง ขนมปังไส้กรอก เป็นต้น โดยหันมาเลือกทานแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีท น้ำตาลที่ไม่ขัดสี น้ำผึ้ง เผือก มัน เป็นต้น

 

2. งดไขมัน
นี่เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่ถูกคาดโทษว่าเป็นต้นเหตุของไขมันส่วนเกินทั้งหมดของร่างกาย ทั้งที่จริงแล้วบางคนที่ไม่ชอบทานอาหารมันๆ ก็อ้วนได้เพราะแป้ง และน้ำตาลนั่นแหละ ไม่ได้เกี่ยวกับไขมันเลย แต่ถึงกระนั้นไขมันเป็นต้นเหตุของไขมันส่วนเกินร่างกายได้เหมือนกัน แถมยังเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ ไขมันพอกตับ เป็นต้น

ดังนั้น เหมือนกันกับแป้ง วิธีลดความอ้วนที่ถูกต้อง คือไม่ได้ให้งด และให้ลดไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย นั่นคือไขมันทรานส์นั่นเอง ไขมันทรานส์ ได้แก่ เนย เนยเทียม มาการีน น้ำมันหมูที่ใช้ทอดอาหารซ้ำๆ และไขมันที่มาจากสัตว์ (ไขมันจากสัตว์กลายเป็นไขมันทรานส์ได้หากผ่านการทอดนานๆ)

ไขมันที่ควรทาน เพราะดีต่อสุขภาพ ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกทานตะวัน (ใช้ในกรณีผัดอาหารเร็วๆ ในปริมาณไม่มาก) รวมไปถึงไขมันที่ได้จากน้ำมันปลา เป็นต้น

 

3. งดอาหารเย็น
ถึงแม้ว่าช่วงเย็นหลายๆ คนจะบอกว่าเป็นช่วงที่ใช้พลังงานน้อยกว่าช่วงอื่นๆ ของวัน ดังนั้นไม่ทานก็ได้ แต่อย่าลืมว่าหากคุณงดทานอาหารมื้อเย็น หรือกฎเหล็ก (แบบปลอมๆ) ของใครหลายคน คือ ไม่ทานอะไรหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป เท่ากับว่ากว่าจะถึงเช้า ท้องเราจะว่างแบบไม่มีอะไรให้ย่อยเลยไปจนถึงเช้าของอีกวัน รวมๆ แล้วนานถึง 12-14 ชั่วโมงเลยทีเดียว นานใช่ไหมล่ะ ถ้าเปลี่ยนเวลาช่วงนี้มาเป็นตอนกลางวัน รับรองว่าเราต้องผิวจัดจนหน้ามืดตาลาย ทำงานไม่ได้แน่นอน

ดังนั้นการงดอาหารเย็นจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องอีกเช่นกัน อาหารคล้ายๆ กับคนที่งดแป้ง คือร่างกายคิดว่าเราจะเข้าสู่ภาวะขาดสารอาหาร หรือภาวะอดอาหาร เมื่อเข้าสู่ช่วงกิน เราจะมีความรู้สึกหิวโหยหนักมากกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการพลังงานเข้ามาสะสมในร่างกายมากขึ้น ใครทนไม่ได้ก็เผลอกินหนัก ใครทนไหวก็ก็ทนไปจนน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ แต่พอถึงช่วงหนึ่งที่เราพอใจกับน้ำหนักแล้วเราหันมาทานเหมือนเดิม น้ำหนักก็พุ่งขึ้น เพราะหมดช่วงตุนพลังงานแล้วนั่นเอง

วิธีลดความอ้วนที่ถูกต้อง คือ ทานหลายๆ มื้อเล็กๆ จะซอยเป็น 4 หรือ 6 มื้อก็ได้ อย่าให้ร่างกายรู้สึกขาดสารอาหารจนหิวโหย ให้ร่างกายรู้สึกอิ่มตลอดเวลา ไม่ได้อยู่ในภาวะอดอยาก ทำให้ความอยากอาหารลดลง โดยเฉพาะความอยากน้ำตาล และของหวาน ก็จะลดลงไปด้วย

หวังว่าเพื่อนๆ จะคุมอาหารได้อย่างถูกต้องนะคะ อย่าลืมว่าคุมอาหารแล้ว ต้องควบคู่ไปกับการออกกำลังกายด้วย ถึงจะเป็นวิธีลดความอ้วนอย่างได้ผล   Anewlifeinaustralia

ผู้หญิงออกกำลังกาย เล่นเวทอย่างไร ไม่ให้ “ล่ำบึ้ก” เกินไป

    ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าออกกำลังกายด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือการยกน้ำหนัก ออกกำลังกายเฉพาะส่วนอย่างหนัก เพราะกลัวว่าจะมีกล้ามใหญ่เป็นมัดๆ น่ากลัวเหมื อ่านต่อ

    ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าออกกำลังกายด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือการยกน้ำหนัก ออกกำลังกายเฉพาะส่วนอย่างหนัก เพราะกลัวว่าจะมีกล้ามใหญ่เป็นมัดๆ น่ากลัวเหมือนกล้ามของผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วผู้หญิงมีโอกาสที่จะได้กล้ามล้ำบึ้กเหมือนผู้ชาย หรือนักเพาะกายกันง่ายๆ แบบนั้นเลยหรือไม่

นพ.สุวิชาญ บำรุงเชาว์เกษม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์กระดูก ข้อ กระดูกสันหลังและการแพทย์กีฬา กล่าวว่า “ในส่วนของกล้ามที่ใหญ่ มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือฮอร์โมนเพศ ที่ชื่อว่า เทสโทสเทอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย โดยปกติแล้วในร่างกายของผู้หญิงก็มีฮอร์โมนชนิดนี้เหมือนกัน แต่มีในปริมาณที่น้อยมาก ทำให้เมื่อผู้หญิงไปออกกำลังกายด้วยการเล่นเวทเทรนนนิ่ง ก็ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่จนดูไม่สวยงามแต่อย่างใด”

ในทางกลับกัน คุณหมอเสริมว่า “หากออกกำลังกาย หรือเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างถูกวิธี จะทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง และมีรูปร่างที่สวยงามมากขึ้น”

การเล่นเวทเทรนนิ่งของผู้หญิง อาจแตกต่างไปจากผู้ชายแค่เพียงเล็กน้อย ตรงที่ไม่ต้องเน้นการสร้างกล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วง ชนิดที่ต้องทานโปรตีนเชค หรืออกไก่อยู่ตลอดเวลา ระยะเวลา และระดับความหนักของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็ให้ลดลงตามไปด้วย ผู้ชายอาจจะเน้นการยกน้ำหนัก แต่ผู้หญิงสามารถเน้นไปที่การทำท่ากายบริหาร เหมือนออกท่าแอโรบิคอยู่กับที่ช้าๆ ควบคู่ไปกับการใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักไม่มากเกินไปอย่าง ดัมเบล ตุ้มน้ำหนักขนาดเล็กไม่กี่กิโลกรัม เน้นไม่หนัก แต่หลายครั้ง หลายนาที จะดีกว่า

ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งที่เหมาะสมกับผู้หญิง เช่น

1.นอนราบบนพื้น ขาชิดกัน เหยียดขาให้ตรง ยกขาทั้งสองข้างขึ้นโดยบังคับให้ขาเหยียดตรงตลอดเวลา ยกขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้ง 2-3 เซ็ต
2.เอาเข่าข้างขวาวางบนปลายเก้าอี้ มือข้างขวาวางบนเก้าอี้ ให้แผ่นหลังเป็นเส้นขนานไปกับเก้าอี้ ถือดัมเบล หรือตุ้มน้ำหนักที่มือข้างซ้าย ยกขึ้นลงโดยดึงข้อศอกไปสุดแขนด้านหลัง 10 ครั้ง 2-3 เซ็ต สลับทำทั้งข้างซ้าย และข้างขวา
3.หันหลังให้เก้าอี้ เอามือทั้งสองข้างจับปลายเก้าอี้เอาไว้ เกร็งก้นและขาเอาไว้เหมือนกำลังนั่งเก้าอี้ลอยอากาศ จากนั้นค่อยๆ หย่อนก้นลงไปใกล้กับพื้น แต่ไม่ถึงพื้น จากนั้นดึงตัวขึ้นมาที่ท่านั่งเก้าอี้กลางอากาศเหมือนเดิม ทำ 10 ครั้ง 2-3 เซ็ต
4.ยืนตรง กางขาขวาไปด้านหน้า ขาซ้ายอยู่ด้านหลัง ให้ความกว้างราวๆ 1 เมตร มือทั้งสองข้างจะถือดัมเบล หรือตุ้มน้ำหนักด้วยก็ได้ จากนั้นย่อขาขวาไปข้างหน้าให้เข่าเกือบตั้งฉากกับพื้น ค้างไว้สักครู่ ก่อนยืดขาขวาดึงตัวกลับมาที่ท่าเดิม ทำซ้ำและเปลี่ยนสลับขาซ้าย 10 ครั้ง 2-3 เซ็ต

นอกจากนี้ยังสามารถเล่นอุปกรณ์ในฟิตเนสที่เหล่าผู้ชายเล่นได้ทั้งนั้น แต่ขอให้เลือกที่น้ำหนักไม่มากจนเกินไป เมื่อรู้สึกว่าเบาไปก็สามารถค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละนิดๆ และเน้นให้เล่นได้นาน มากกว่าจะเล่นด้วยน้ำหนักที่อาจทำให้กล้ามเนื้อรับไม่ไหว และอบ่าลืมว่าออกกำลังกายด้วยการเวทเทรนนิ่ง ก็ต้องการการวอล์มอัพ และคูลดาวน์ด้วยเช่นกัน (ออกกำลังกายยืดเส้นยิดสาย ยืดกล้ามเนื้อเบาๆ 5-10 นาที ทั้งก่อน และหลังออกกำลังกายตามปกติ) มิฉะนั้หากเวทเทรนนิ่งมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อฉีกขาดได้  Gclubsupport

ท่าออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันให้ได้มากที่สุดภายในเวลาเพียง 25 นาที

    ท่าออกกำลังกายต่อไปนี้จะช่วยให้เราสามารถเบิร์นไขมันได้อย่างมากมาย และใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาที เท่านั้นเอง – หลายคนคงรู้ดีว่า หากต้องการเบิร์นไขมันส อ่านต่อ

    ท่าออกกำลังกายต่อไปนี้จะช่วยให้เราสามารถเบิร์นไขมันได้อย่างมากมาย และใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาที เท่านั้นเอง – หลายคนคงรู้ดีว่า หากต้องการเบิร์นไขมันส่วนเกินออกไปให้ได้มากที่สุด ควรออกกำลังกายครั้งล่ะ 45 นาที ขึ้นไป นั้นก็เป็นเพราะว่า

 

 

         หลังจาก 30 นาทีไปแล้ว ร่างกายของเราจะเริ่มเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามร่างกายออกไปที่ละนิด ดังนั้นใครที่วางเป้าหมายไว้ว่า จะออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก หรือ สร้างกล้ามเนื้อ ต้องออกกำลังกาย ครั้งล่ะ 45 นาที ขึ้นไป ทั้งนี้ 45 นาที อาจจะดูเยอะเกินไปสำหรับใครหลายๆคน หรือ สำหรับวันที่วุ่นวาย ทำให้หลายคนต้องพลาดการออกกำลังกายไป ส่งผลให้เป้าหมายกาลดไขมันส่วนเกินดำเนินไปอย่างไม่ต่อเนื่อง ดังนั้น เราควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเวลาที่เรามี กล่าวคือ ให้เลือกรูปแบบออกกำลังกายแบบเข้มข้น ที่ช่วยให้เราเผาผลาญไขมันได้มากที่สุดภายในเวลาที่ไม่นานมากนัก และอาจรับประทานอาหารเสริมก่อนออกกำลังกายเข้าช่วย เช่น หากเป้าหมายของคุณคือ การลดน้ำหนัก อาหารเสริมที่คุณควรรับประทานก่อนออกกำลังกายคือ อาหารเสริมประเภท fat burners เป้นต้น เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการเบิร์นไขมันในระหว่างการออกกำลังกาย แต่อย่าลืมว่าก่อนรับประทานอาหารเสริมไดๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ…. หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาจำกัด ท่าออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันให้ได้มากที่สุดภายในเวลาเพียง 25 นาที ต่อไปนี้จะสามารถช่วยคุรเบิร์นไขมันได้ไม่น้อยเลย    golden-slotonline.com