Menu

ป้ายกำกับ: การออกกำลังกาย

12 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

เป็นที่ทราบดีว่าการออกกําลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกายและใจ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตั้งเป้าหมายในการออกกํา อ่านต่อ

เป็นที่ทราบดีว่าการออกกําลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกายและใจ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตั้งเป้าหมายในการออกกําลังกายไว้ไกลเกินกว่าจะเห็นผลได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ต้องการลดน้ำหนักหรือลดสัดส่วน ดังนั้น เมื่อออกกําลังกายแล้วไม่เห็นผลทันที จึงทําให้เกิดความท้อถอยและล้มเลิกไปในที่สุด การกําลังกายจึงควรมุ่งไปที่เป้าหมายที่เห็นผลชัดเจน ทุกครั่งหลังออกกําลังกายจะทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลัง ผ่อนคลาย คลายเครียด ซึ่งเป็นผลจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ความเชื่อที่ว่านิสัยใหม่สร้างได้หากทําเป็นกิจวัตรต่อเนื่องกันเป็นเวลา 21 วัน สามารถนำมาปรับใช้กับนิสัยการออกำลังกายได้เช่นกัน เพราะทุกคนสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการออกกําลังกายให้ตัวเองได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น 12 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย ที่เรานำเสนอต่อไปนี้

1. เลือกซื้อเสื้อผ้าออกกําลังกายที่ทันสมัย ต้องเลือกชุดออกกําลังกายที่เหมาะสม ชุดรัดรูปอาจจะทําให้คุณดูดี แต่หากว่ารัดมากเกินไปก็อาจเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหว หรือทําให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่กําลังเคลื่อนไหวอยู่ได้ไม่ดี

2. สร้างนิสัยการออกกําลังกายให้สม่ำเสมอ โดยการออกกําลังกายในเวลาเดียวกันทุกวัน

3. เตือนตัวเองให้ออกกําลังกายโดยวางอุปกรณ์ออกกําลังกายไว้ในที่สะดุดตา

4. ปรับทัศนคติให้เชื่อว่าความเหนื่อยล้าจากการออกกําลังกายจะสามารถแสดงถึงผลลัพธ์ที่ได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรง

5. เลือกเล่นกีฬาประเภทที่เหมาะกับตัวเองและหาเพื่อนร่วมออกกําลังกายด้วย เช่น เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน เพื่อสัญจรในชีวิตประจําวันแทนการออกกําลังกาย

6. ห้ามชื้อเครื่องออกกําลังกายที่ไม่ได้คุณภาพ หากคุณกําลังคิดจะเลือกซื้ออุปกรณ์การออกกําลังกายมาไว้ที่บ้าน ให้ทดลองหลายๆเครื่องมือหลายๆแบบก่อนตัดสินใจ และควรพิจารณาคุณภาพมากกว่าราคา

7. ห้ามเริ่มออกกําลังกายในทันที การวอร์มร่างกายก่อนออกกําลังกายทุกครั้งมีความสําคัญมาก เพราะจะช่วยลดอัตราการเจ็บตัวระหว่างออกกําลังกายได้ นอกจากนี้ความยืดหยุ่นในการวอร์มร่างกายยังช่วยให้การออกกําลังกายนั้นๆได้ผลดียิ่งขึ้น

8. ต้องให้เวลาในการผ่อนร่างกายหลังออกกําลัง อย่ารีบพุ่งไปเปลี่ยนชุดทันทีหลังออกกําลังกายเสร็จ เพราะการผ่อนร่างกายนั้นสําคัญมาก ต้องให้เวลากล้ามเนื้อได้ค่อยๆผ่อนคลาย ให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงสู่อัตราปกติและเตรียมร่างกายให้กลับสู่สภาพปกติด้วย

9. ห้ามอดน้ำระหว่างออกกําลังกาย เพราะร่างกายคนเราสูญเสียน้ำในระหว่างออกกำลังกายในปริมาณ 8 ออนซ์ในทุก 15 นาที หากใช้เวลาออกกําลังกายเกิน 1 ชั่วโมง ให้ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่แทน เพราะร่างกายจะต้องการมากกว่าน้ำเปล่าในขณะนั้น

10. ต้องกินอาหารหลังออกกําลังกายภายใน 2 ชั่วโมง เพราะว่ากล้ามเนื้อของคุณต้องการพลังงานทดแทน ให้เลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเล็กน้อย

11. บันทึกความก้าวหน้าการออกกําลังกายของตัวเอง หรือใช้โซเชียลมีเดียโดยโพสต์รูป/สเตตัสการออกกําลังกาย เป็นการสร้างความสนุกและกระตุ้นให้ออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

12. ห้ามตั้งจุดมุ่งหมายที่เกินเอื้อม เพราะมันจะทําให้คุณหมดกําลังใจและยิ่งไปไม่ถึงฝัน นอกจากนี้อย่าเปรียบเทียบความสามารถของตัวเองกับคนอื่น เพราะการออกกําลังกายมีผลลัพธ์ของแต่ละคนต่างกัน แม้ว่าจะใช้เวลาและการออกกําลังกายแบบเดียวกันก็ตาม

และที่สำคัญ คุณควรต้องหาเพื่อนออกกําลังกาย หากคุณมีปัญหาในการลากตัวเองไปออกกําลังกายยาก ต้องหาเพื่อนที่ชื่นชอบการออกกําลังกายในแนวเดียวกันมาเป็นคู่ออกกําลังกาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยากออกไปวิ่ง ออกไปเวิร์คเอาท์ให้มากยิ่งขึ้น

5 เหตุผล ที่คุณควรเดิน 9,900 ก้าวต่อวัน

   การเดินเป็นการออกกําลังกายที่ง่ายที่สุด ทุกคนสามารถทําได้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถเดินได้โดยไม่เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงใดๆ เพียงแค่เดินใ อ่านต่อ

   การเดินเป็นการออกกําลังกายที่ง่ายที่สุด ทุกคนสามารถทําได้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถเดินได้โดยไม่เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงใดๆ เพียงแค่เดินให้ถูกวิธี เราลองมาดูกันค่ะว่าประโยชน์จากการเดินนั้นมีมากมายแค่ไหน

ประโยชน์ของการเดิน
1. เมื่อเดิน 12,000-15,000 ก้าวต่อวัน จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัว เพราะทําให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวจึงลดลงและช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ

2. เมื่อเดิน 9,900-10,000 ก้าวต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในอัตราความเร็วที่ทําให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จัดเป็นการออกกําลังกายแบบแอโรบิกช่วยให้การทํางานของหัวใจและปอดดีขึ้น ซึ่งอวัยวะทั้ง 2 นี้มีความสําคัญต่อเซลล์ต่างๆ ทุกส่วนของร่างกาย จําเป็นต้องได้รับเลือดที่นําเอาออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาหรือสารอาหารใดที่จะทําให้หัวใจและปอดมีความแข็งแรงทนทานได้เท่าการออกกําลังกาย

3. เมื่อเดิน 9,900-10,000 ก้าวต่อวัน หรือ 70,000 ก้าวต่อสัปดาห์ จะช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง เมื่อร่างกายเราแข็งแรง มีน้ำหนักที่สัมพันธ์กับส่วนสูง มีการเผาผลาญพลังงานที่ดี ผลที่ตามมาคือโอกาสที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูงก็ลดลง หรือในผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันก็จะสามารถควบคุมความดันได้ดีขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ออกกําลังกาย

4. เมื่อเดิน 9,900-10,000 ก้าวต่อวัน หรือ 70,000 ก้าวต่อสัปดาห์ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเดินทําให้คนปกติเป็นเบาหวานได้ยากขึ้น ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้วก็จะทําให้ควบคุมน้ำตาลได้ง่ายขึ้น ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีการทํางานของฮอร์โมนอินซูลินลดลงนั้น พบว่าการออกกําลังกายอย่างสม่าเสมอจะช่วยให้อินซูลินทํางานดีขึ้น ร่างกายสามารถนําน้ำตาลไปใช้งานได้ดีขึ้น อันหมายถึงสามารถควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้นนั่นเอง

5. เมื่อเดิน 9,900-10,000 ก้าวต่อวัน หรือ 70,000 ก้าวต่อสัปดาห์ จะช่วยเพิ่มไขมันดีหรือ HDL ที่ทําหน้าที่เก็บขยะหรือเก็บคราบไขมันตามผนังเส้นเลือดไปตับและขับออกทางน้ำดี ดังนั้นจึงเป็นการลดไขมันตัวร้ายหรือ LDL โดยในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันสูงอาจจะไม่ต้องรับกินยาหรือใช้ในปริมาณที่ลดลง

การเดินจัดเป็นการออกกําลังที่มีต้นทุนต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ใดๆ เพียงแต่ต้องสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินและสวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ไม่จําเป็นต้องราคาแพง แค่นี้คุณก็จะมีหุ่นสวยๆ ไปพร้อมกับสุขภาพดีๆได้เเล้ว

ที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

5 ท่าบริหารกล้ามเนื้อ ลดความเมื่อยล้าขณะขับขี่

ความกังวลเกี่ยวกับปัญหารถติดกลายเป็นปัญหาแรกๆ ที่คนใช้รถใช้ถนนในเมืองใหญ่ให้ความสำคัญ แต่แท้ที่จริงแล้ว คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังพวงมาลัยนานๆ เป็นเหตุ อ่านต่อ

ความกังวลเกี่ยวกับปัญหารถติดกลายเป็นปัญหาแรกๆ ที่คนใช้รถใช้ถนนในเมืองใหญ่ให้ความสำคัญ แต่แท้ที่จริงแล้ว คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังพวงมาลัยนานๆ เป็นเหตุให้ต้องเผชิญกับอาการปวดเมื่อย บางรายอาจร้ายแรงเรื้อรังและก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องขับรถเป็นประจำทุกวันและอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน

 

 

ขอนำเสนอ 5 วิธีบริหารร่างกายง่ายๆ ช่วยยืดกล้ามเนื้อแก้อาการเมื่อยล้า ขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เสมือนกับว่าได้เข้าสปานวดผ่อนคลายกันเลย!

ท่าที่ 1 ท่ากล้ามเนื้อหลังแขนท่อนล่าง คว่ำแขนเหยียดศอกให้สุด กระดกข้อมือขึ้นลง ใช้มืออีกข้างดันมือเข้าหาลำตัว

ท่าที่ 2 ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นคอ หันศีรษะลงตรงๆ ใช้มือสองข้างประสานไว้กับหลังศีรษะ ใช้แรงกดลงเบาๆ

ท่าที่ 3 ท่ายืดท้องแขน ยกแขนขึ้นงอข้อศอกไปด้านหลัง จากนั้นใช้แขนฝั่งตรงข้ามผลักข้อศอกไปด้านหลัง

ท่าที่ 4 ท่ายืดกล้ามเนื้อสะบัก เหยียดแขนไขว้ไปฝั่งตรงข้าม ใช้แขนอีกข้างงอศอกล็อคและออกแรงดึงไปฝั่งตรงข้าม

ท่าที่ 5 ท่ายืดกล้ามเนื้อบ่า เอียงศีรษะไปด้านข้างใช้มือข้างเดียวกับที่เอียงไปช่วยดึงศีรษะไป มืออีกข้างจับขอบเก้าอี้

จากคำแนะนำ 5 ท่าเบื้องต้นให้คุณผู้อ่านได้เห็นถึงวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะขับรถแล้ว อย่าลืมว่า การนั่งขับรถให้ถูกวิธีก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการช่วยให้การขับขี่ของคุณสบาย และยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

Golden-slotonline