Menu

หมวดหมู่: บทความฟิตเนส

บทความฟิตเนส

เทคนิคการสร้างกล้ามเนื้อของคนผอมแห้ง- สำหรับมือใหม่

ใครที่มีรูปร่างผอมแห้ง อยากสร้างกล้ามเนื้อ ลองนำเทคนิคต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ดู   1.มีวินัยกับการกินให้มากขึ้น – ให้เพิ่มการรับประทานอาหารให้มากขึ อ่านต่อ

ใครที่มีรูปร่างผอมแห้ง อยากสร้างกล้ามเนื้อ ลองนำเทคนิคต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ดู

 

1.มีวินัยกับการกินให้มากขึ้น – ให้เพิ่มการรับประทานอาหารให้มากขึ้น ให้รับประทานอาหารทุกๆ 3 ชั่วโมง และควรรับประทานอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ ปลา เป็นหลัก (อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีน มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อ)

ตัวอย่างเมนูอาหารสร้างกล้ามเนื้อ

1.สลัดไข่ต้ม
2.พล่าอกไก่
3.ย่างอกไก่
4.ทูน่า สลัด
5.ปลานึ่ง

นอกจากอาหารแล้วระหว่างมื้อควรดื่ม นมสด หรือ โยเกิร์ตดริ้ง (รสธรรมชาติ) เป็นต้น

2.เพิ่มการรับประทานอาหารที่ให้พลังสูงเข้าไปด้วย – นอกจากโปรตีนแล้ว อาหารที่ให้พลังงานสูงก็จำเป็นต่อกระบวนการสร้างกล้ามเนื้้อมาก อาหารจำพวก ถั่วต่างๆ ข้าวกล้อง หรือ ผลไม้จำพวกมะม่วงสุก ล้วนเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม ในกรณีที่เราเป็นคนที่สร้างกล้ามได้ช้าๆมากๆ หรือ ผอมแห้งมากๆ อาจต้องการพลังงานถึง 500 แคลลอลี่ ต่อวัน ในการสร้างกล้ามเนื้อ ถ้าจะให้ดี ควรนับแคลลอลี่ในทุกมื้ออาหารด้วย

3.ฝึกแบบขั้นบันได – สำหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มสร้างกล้าม ในช่วงแรกๆ อย่าหักโหม หรือ ฝึกกับน้ำหนักที่มากเกินไป การฝึกหนักเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้อไม่อาจฟื้นฟูสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลถึงกล้ามไม่โต ให้เริ่มจากฝึกวันล่ะประมาณ 45 นาที แล้วเพิ่ม เวลา น้ำหนัก รวมถึง รูปแบบการฝึกไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่าหากฝึกนานขึ้น ฝึกกับน้ำหนักที่มากขึ้น ต้องเพิ่มการรับประทานอาหารให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

4.อย่าลืมดื่มเครื่องดื่มที่เข้นข้นได้วยโปรตีนก่อนฝึก – เครื่องดื่มก่อนออกกำลังกายมีความสำคัญมาก เพราะมีส่วนช่วยให้เราฝึกได้อึด ใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เครื่องดื่มก่อนออกกำลังกายควรประกอบไปด้วย กรดอะมิโนจำเป็น โปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต

5.ฝึกวันเว้นวัน- ในช่วงเริ่มฝึกใหม่ๆ ควรฝึกแบบวันเว้นวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีระยะเวลาฟื้นฟูสภาพ หากฝึกทุกวันกล้ามเนื้ออาจล้า ไม่สามารถฟื้นฟูสภาพได้ดี ส่งผลถึงการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อที่ไร้ประสิทธิภาพ

นักวิจัยชี้ ออกกำลังกายเพียงแค่ “7” นาทีก็ช่วยลดน้ำหนักได้

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า หากต้องการเบิร์นไขมัน ต้องออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 30 นาทีขึ้นไป ด้วยหลายเหตุผลบวกด้วย เวลาที่จำกัด ทำให้หลายคนพลาดการออกกำล อ่านต่อ

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า หากต้องการเบิร์นไขมัน ต้องออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 30 นาทีขึ้นไป ด้วยหลายเหตุผลบวกด้วย เวลาที่จำกัด ทำให้หลายคนพลาดการออกกำลังกาย หรือ ไม่อาจออกกำลังกายนานๆได้

 

 

ข่าวดีก็คือ นักวิจัย เขาได้ศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าการออกกำลังกายเพียงแค่ ” 7 นาที ” ทุกวัน สามารถลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน

โดยเขาทำการทดสอบกับคนทั้งหมด 29 คน อายุระหว่าง 18-30 ปี โดยให้คนกลุ่มนี้ออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆเป็นเวลา 7 นาที ทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากเวลาผ่านไป 6 เดือนพบว่า คนกลุ่มนี้มีสัดส่วนที่ลดลง กล่าวคือ รูปร่างเปลี่ยนไปจากก่อนที่เริ่มต้นออกกำลังกาย

การวิจัยนี้ถือเป็นข่าวดีของใครหลายๆคนจริงๆ เพราะเชื่อว่าหลายคนไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส หรือ ไปออกกำลังกาย เนื่องจากกิจวัตร รวมไปถึง งานที่จะต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน

7 นาทีไม่มากเกินไป สำหรับสุขภาพ และ รูปร่างของเราเลย เพียแค่เราต้องเลือกรูปแบบของการออกกำลังกายทีเข็มข้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิรนไขมันนั้นเอง anewlifeinaustralia.com

เทคนิคเบิร์นไขมันหน้าท้องให้ได้มากที่สุดภายใน 1 สัปดาห์

วันนี้มีเทคนิคเบิร์นไขมันหน้าท้องให้ได้มากที่สุด มาฝากกัน ต้องออกตัวก่อนเลยนะ หน้าท้องที่เต็มไปด้วยไขมันสะสมมานานจะกำจัดออกไปให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ มัน อ่านต่อ

วันนี้มีเทคนิคเบิร์นไขมันหน้าท้องให้ได้มากที่สุด มาฝากกัน ต้องออกตัวก่อนเลยนะ หน้าท้องที่เต็มไปด้วยไขมันสะสมมานานจะกำจัดออกไปให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ถ้าถามว่ามีวิธีที่จะเบิร์นไขมันออกไปให้ได้มากที่สุดไหม แน่นอนเราสามารถทำได้

 

 

เทคนิคเบิร์นไขมันหน้าท้องให้ได้มากที่สุดภายใน 1 สัปดาห์

1.ต้องตั้งเป้าให้กับตัวเองให้ได้ หากต้องการมีหน้าท้องที่แบนราบ ต้องตั้งโปรแกรมออกกำลังกาย และ ควรเบิร์นแคลอรี่ ประมาณ 500-1000 แคลอรี่ขึ้นไป และ ที่สำคัญ เบิร์นออกไปแล้ว จะต้องไม่กินเพิ่มเข้ามามากกว่าในปริมาณที่เบิร์นออกไป ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องเน้นกินอาหารที่ให้โปรตีนสูง ไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตต่ำ ให้เน้นกินอาหารจำพวก ปลา, เนื้อแดงไม่ติดมัน, นม, ไข่, ผัก และ ผลไม้ ควรเลือกใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหาร

2.รับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ มื้อเช้าควรรับประทานก่อน 9 โมงเช้า ถือเป็นการเร่งประสิทธิภาพในกระบวนการเผาผลาญไขมัน หากร่างกายปราศจากอาหาร กระบวนการเผาผลาญพลังงานจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้น้ำหนักลดช้าลง

3.ดื่มนม หรือ เครื่องดื่มประเภท ชาเขียว น้ำขิง กาแฟดำ ระหว่างวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิร์นไขมัน

4.เติมน้ำเข้าสู่ร่างกายอยู่เสมอ ควรดื่มน้ำประมาณ 1.5 ลิตร ต่อวัน และ รับประทานผลไม้จำพวก แตงโม, ชมพู , ส้ม, แอ๊ปเปิ้ล น้ำจะช่วยลดการสูญเสียน้ำในร่างกาย ช่วยให้เราดูสดใส ร่างกายไม่เมื้อยล้า หรือ หิวบ่อย

5.ออกกำลังกายหลายหลายรูปแบบสลับกัน เช่น weight training, cardio และ ควรเพิ่มท่าบริหารหน้าท้องเข้าไปครั้งล่ะ ประมาณ 20 นาที

6.พยายามเข้านอนแต่หัวค่ำ นอนดึกจะทำให้เราลดน้ำหนักยากมาก

ทิปส์:

การรับประทานอาหารที่ถูกต้องจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์
การออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์