Menu

หมวดหมู่: บทความฟิตเนส

บทความฟิตเนส

ท่าลดหน้าท้อง เอวคอด ซิกแพคแน่น ด้วยดัมเบล แค่ 5 นาที

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็อยากมี เอวคอด หน้าท้องแบน หรือ ซิกแพคแน่นๆ กันทั้งนั้นค่ะ ซึ่งหลายคนก็คงคิดว่ามันยาก ต้องออกกำลังกายอย่างหนัก วันๆ นึงต้องทำเป็นชั อ่านต่อ

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็อยากมี เอวคอด หน้าท้องแบน หรือ ซิกแพคแน่นๆ กันทั้งนั้นค่ะ ซึ่งหลายคนก็คงคิดว่ามันยาก ต้องออกกำลังกายอย่างหนัก วันๆ นึงต้องทำเป็นชั่วโมงแน่ๆ อ้ะๆ ใครที่คิดแบบนี้ หยุดความคิดนั้นไปได้เลยค่าา

ท่าที่เอามาฝากในวันนี้จะช่วยให้หน้าท้องกระชับและเฟิร์มมากขึ้น แต่ส่วนที่ว่าเราจะเห็นซิกแพคได้หรือไม่นั้นมาจากการคุมอาหารด้วย เพราะถ้าไม่คุมอาหารควบคู่ก็จะทำให้มีไขมันบางๆ ตรงบริเวณท้องมาบังส่วนที่เป็นกล้ามเนื้ออยู่ทำให้ออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่เห็นซิกแพคซักที ฉะนั้นสาวๆ ฟิตกับดาวต้องออกตามนี้แล้วควบคุมอาหารด้วยนะ

 

วิธีการออกกำลังกายในวันนี้เราจะออก 50 วิ และพัก 10 วิ ทั้งหมด 10 ท่าก็จะเป็น 10 นาทีพอดี สำหรับคนที่ไม่มีดัมเบลสามารถใช้ขวดน้ำแทนได้นะคะ พร้อมแล้วมาออกด้วยกันเลย!

ท่าที่ 1 Crunch with Dumbbell
เริ่มจากท่าแรกเลยนะคะ ท่านี้เป็นท่า Crunch ธรรมดาค่ะแต่เราจะเพิ่มความยากขึ้นนิดนึงโดยการเพิ่มดัมเบลเข้าไปด้วย วิธีทำนอนราบไปกับพื้นแล้วชันเข่าขึ้นจากนั้นใช้แรงจากหน้าท้องดันร่างกายส่วนบนขึ้นมาค้างไว้แล้วกลับไปท่าเดิมค่ะ

ท่าที่ 2 Plank with Row
ท่านี้เริ่มจากท่าแพลงค์แบบจับดัมเบลไว้ทั้งสองข้างค่ะ พยายามเกร็งหน้าท้อง บีบสะโพกเข้าหากัน ให้ลำตัวขนานกับพื้นจากนั้นดึงแขนเข้าหาลำตัวโดยพยายามให้ศอกติดกับลำตัวค่ะสลับกันทีละข้าง

ท่าที่ 3 Leg Lift with Dumbbell
นอนราบไปกับพื้นจากนั้นใส่ดัมเบลไว้ระหว่างเท้าทั้งสองข้าง เมื่อเท้าล็อคกับดัมเบลแล้วให้หย่อนดัมเบลลงเล็กน้อยพอให้รู้สึกว่าหน้าท้องได้ทำงาน จากนั้นดึงดัมเบลให้กลับมาในท่าเดิม

ท่าที่ 4 Mountain Climber with Twist
ท่าแพลงค์โดยจับดัมเบลไว้แบบท่าที่สองที่เราพึ่งทำไปค่ะ จากนั้นยกเข่าแตะศอกทีละข้างสองครั้งแล้วพลิกตัวไปทำแพลงค์ข้างพร้อมยกดังเบลขึ้น ถ้าหากท่าที่ยากเกินไปสามารถทำแค่เข่าแตะศอกได้ค่ะ

ท่าที่ 5 Bike Crunch with Hold Dumbbell
มาทำท่าปั่นจักรยานบริหารหน้าท้องกันค่า ท่านี้เรามีการจับดัมเบลเพื่อเพิ่มความยากไปด้วยค่ะ เวลาทำพยายามให้หลังล่างติดพื้นนะคะ เพราะไม่งั้นจะเจ็บหลังล่างได้ค่ะทริคคือเกร็งหน้าท้องไว้ค่ะ

ท่าที่ 6 Dumbbell Russian Twist
นั่งแบบชันเข่าแล้วจับดัมเบลด้วยมือสองข้าง จากนั้นเอียงหลังเป็น 45 องศากับพื้นเพื่อให้หน้าท้องทำงาน เกร็งหน้าท้องและหลังตรงตลอดเวลาที่ทำ บิดลำตัวซ้ายขวา

ท่าที่ 7 Butterfly Sit-Up with Dumbbell
นั่งให้เท้าชนกัน ถือดัมเบล 1 อันระหว่างมือทั้งสอง จากนั้นนอนราบไปกับพื้นแล้วใช้แรงจากหน้าท้องดันส่วนบนของร้างกายขึ้นมาเหนือพื้นจนให้ดัมเบลแตะเท้าที่ชนกันนับเป็น 1 ครั้ง

ท่าที่ 8 Wood Chop ซ้าย
คุกเข่าสองข้างประมาณหัวไหล่ ใช้ดัมเบลเพียงหนึ่งอันในการทำท่านี้ นั่งตัวตรงเกร็งหน้าท้องไว้ จากนั้นบิดลำตัวจากซ้ายมาขวาเพื่อบริหารส่วนหน้าท้องข้างๆ ในการทำพยายามอย่าให้ลำตัวขยับไปมามากเกินไปเพราะจะเป็นการบริหารส่วนอื่นเเทน

ท่าที่ 9 Wood Chop ขวา
คุกเข่าสองข้างประมาณหัวไหล่ ใช้ดัมเบลเพียงหนึ่งอันในการทำท่านี้ นั่งตัวตรงเกร็งหน้าท้องไว้ จากนั้นบิดลำตัวจากขวามาซ้ายเพื่อบริหารส่วนหน้าท้องข้างๆ ในการทำพยายามอย่าให้ลำตัวขยับไปมามากเกินไปเพราะจะเป็นการบริหารส่วนอื่นเเทน

ท่าที่ 10 Twist and Punch
นั่งคุกเข่าเหมือนท่าก่อนหน้าแต่จับดัมเบลข้างละอัน จากนั้นชกไปทางตรงกันข้ามกับมือพร้อมบิดลำตัวเล็กน้อยทำสลับกันทั้งสองข้างไม่ต้องไวเน้นช้าๆโฟกัสกล้ามเน้อท้องค่ะ

อย่างไรก็ตามที่ได้บอกว่าข้างบนว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนที่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง พูดง่ายๆคือเป็นการสร้างซิกแพค ซึ่งจะรู้สึกแข็งๆบริเวณหน้าท้อง

ที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

ท่ากระโดดเชือก ลด นน คาร์ดิโอง่ายๆ แต่เผาผลาญไขมันขั้นสุด!

สำหรับบทความที่ดาวได้หยิบมาแชร์กับชาวฟิตกับดาววันนี้ก็คือ การออกกำลังกายด้วยเชือกนั่นเองค่ะ แต่อ้ะๆ อย่าพึ่งคิดภาพแค่กระโดดๆ นะคะ แบบนั้นน่าเบื่อแย่เล อ่านต่อ

สำหรับบทความที่ดาวได้หยิบมาแชร์กับชาวฟิตกับดาววันนี้ก็คือ การออกกำลังกายด้วยเชือกนั่นเองค่ะ แต่อ้ะๆ อย่าพึ่งคิดภาพแค่กระโดดๆ นะคะ แบบนั้นน่าเบื่อแย่เลย ดาวเข้าใจดีค่ะ ฉะนั้นดาวจึงได้คัดสรรท่าออกกำลังด้วยเชือกสุดมันส์ที่มีถึง 6 ท่าด้วยกันรับรองว่า คุณจะลืมการกระโดดเชือกธรรมดาๆที่น่าเบื่อไปเลย

ก่อนที่จะเริ่มอธิบายท่าไปดูกันเลยดีกว่าว่า ประโชน์ของการกระโดดเชือกมีอะไรบ้าง

• เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อใจ (ดีต่อหัวใจจริงๆ ค่ะ)
• ลดไขมันได้แบบสุด
• ทำเองได้งายๆ ที่บ้าน ต้นทุนต่ำ (แค่เชือกเส้นเดียวเอ๊งงงงง)
• ใช้พื้นที่ไม่เยอะ ทั้งการออกกำลังกายและการจัดเก็บอุปกรณ์
• สนุกเด้อออออ
และแน่นอนค่ะ นอกจากจะมีข้อดีแล้ว การออกกำลังกายด้วยเชือกยังมีข้อยกเว้น ซึ่งดาวไม่แนะนำสำหรับผู้ที่น้ำหนักตัวมากเกินกว่าปกติ (ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะกระโดดเชือกค่ะ) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก (เปราะ, ข้อเสื่อม, ….) ควรหลีกเลี่ยงไปออกกำลังกายแบบอื่นนะคะ
อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา มาเริ่มที่ท่าแรกกันเลยดีกว่านะ

ท่าที่ 1 Single Under

มาเริ่มกันด้วยท่าเบสิกเลยค่ะ เหนื่อยนิดหน่อยแต่หุ่นดีแน่นอน ไปเริ่มกันเลยดีกว่า เริ่มจาก

1. อยู่ในท่าเตรียมพร้อมกระโดดตามปกติค่ะ
2. กระโดดเชือกเป็นจังหวะที่ร่างกายตัวเองถนัดที่สุดค่ะ ลำตัวตรงไม่โก่งหรือแอ่น งอเข่าเล็กน้อย
3. พยายามให้ลงด้วยปลายเท้าเบาๆ ไม่กระโดดสูงเกินไปค่ะ พอให้เชือกผ่านได้ก็เพียงพอ
4. จากนั้นเราก็จะทำไปเรื่อยๆทั้งหมด 1 นาที

ท่าที่ 2 Ali Shuffle

วิธีทำท่านี้ก็ง่ายๆค่ะ ดาวว่าทุกคนที่กระโดดเชือกทำได้แน่นอนค่ะ

1. เริ่มจาก อยู่ในท่าเตรียมพร้อมกระโดดตามปกติค่ะ
2.กระโดดเชือกเป็นจังหวะที่ร่างกายตัวเองถนัดที่สุดค่ะ
3. ท่านี้จะแตกต่างจากการกระโดเชือกธรรมดาตรงที่ ขาเราจะทำการสลับไปมาทุกครั้งที่กระโดดค่ะ
4. ทำสลับกันไปเรื่อยๆทั้งหมด 1 นาที

ท่าที่ 3 3 Single Under with Double Under

ท่านี้มีวิธีทำดังนี้คือ
1. เริ่มจาก อยู่ในท่าเตรียมพร้อมกระโดดตามปกติค่ะ
2. กระโดดเชือกเป็นจังหวะที่ร่างกายตัวเองถนัดที่สุดค่ะ
3. ท่านี้จะแตกต่างจากการกระโดเชือกธรรมดาตรงที่ เราจะเพิ่มความยากไปตรงที่เพิ่ม Double Under เข้าไปหลังกระโดดได้สามครั้งนั่นเอง วิธีทำให้หมุนเชือกผ่านเท้าสองครั้งในการกระโดดหนึ่งครั้งค่ะ ท่านี้ต้องฝึกหน่อยแต่ทำได้แน่นอนค่ะ
4. ทำสลับกันไปเรื่อยๆทั้งหมด 1 นาที

ท่าที่ 4 High Knee
ท่า Hight knee นี้จะคล้ายๆ Skip ค่ะมีความแตกต่างกันนิดหน่อยซึ่งมีวิธีทำดังนี้คือ
1. อยู่ในท่าเตรียมพร้อมกระโดดตามปกติค่ะ
2. กระโดดเชือกเป็นจังหวะที่ร่างกายตัวเองถนัดที่สุดค่ะ
3. ท่านี้จะแตกต่างจากการกระโดเชือกธรรมดาตรงที่ เราจะต้องทำการยกขาข้างใดข้างนึงไปด้วยขณะกระโดดค่ะ ลองจินตนาการเหมือนตอนเราเล่นกระต่ายขาเดียวดูนะคะ ประมาณนั้นเลย
4. จากนั้นเราก็จะทำสลับกันไปเรื่อยๆทั้งหมด 1 นาที

ท่าที่ 5 Single Leg Hop
ท่านี้ง่ายมั่กมากกกกกก ทำได้แน่นอน ถึงชื่อจะเป็นภาษาอังกฤษแต่อธิบายง่ายๆ มันก็คือกระโดดเชือกธรรมดาเนี่ยแหล่ะค่ะ แต่มีอะไรเพิ่มเติมนิดนึง ท้าทายตัวเองเบาๆ วิธีทำก็ดังนี้เลย
1. อยู่ในท่าเตรียม ตัวตรง ถือเชือกให้เรียบร้อย
2. กระโดตามจังหวะที่ร่างกายเราถนัดที่สุด ไม่เร่งเร็วหรือช้าเกินไป ระวังสะดุดเชือกด้วยนะคะ
3. ท่านี้จะแตกต่างจากกระโดดเชือกธรรมดาคือ เราจะใช้ขาเพียงข้างเดียวกระโดดค่ะ ทำเรื่อยๆ จนครบตามกำหนด
4. สลับทำอีกข้างนึงให้ครบตามกำหนดเช่นกัน

ท่าที่ 6 Criss-Cross
มาถึงท่าสุดท้ายแล้วเป็นไงกันบ้างเอ่ย หายใจถี่รัวไปเลยไหมค่ะ อดทนเพื่อหุ่นสุดเริศกันค่ะ ท่านี้ทำได้ง่ายๆเริ่มจาก
1. เริ่มต้นจากท่าเตรียมพร้อมกระโดดเชือกตามปกติค่ะ
2. จากนั้นเมื่อเริ่มกระโดดพร้อมกับไขว้มือทั้งสองข้างค่ะ
3. สลับกันไปมาในจังวะที่ตัวเองถนัดที่สุด ไม่เร็วหรือช้าเกินไป
4. ทำเรื่อยๆจนครบตาม 1 นาทีค่ะ

ทำให้ครบทั้งหมด 3-4 รอบแล้วแต่ความฟิตเลยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ หวังว่าท่ากระโดดเชือกที่ดาวได้นำมาแบ่งปันในวันนี้จะช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินที่เราไม่ต้องการออกได้นะคะ ก่อนจะจากกันไป ดาวต้องขอเน้นย้ำอีกเรื่องนึงก็คือ การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีประเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ ค่ะ แต่เราจะเน้นแค่การออกกำลังกายไม่ได้

ท่าเบสิก ปั้นก้นเด้งกลมแบบ Bubble Butt กระชับทั้งต้นขาและบั้นท้าย

ณ นาทีนี้เทรนด์ Bubble Butt หรือ ก้นกลมเด้ง กำลังอินยิ่งกว่าใคร ไม่ว่าสาวๆคนไหนก็อยากได้ก้นสวยๆกันทั้งนั้นแหละค่ะจริงไหม การปั้นก้นให้งอนสวยถูกใจสาวๆก อ่านต่อ

ณ นาทีนี้เทรนด์ Bubble Butt หรือ ก้นกลมเด้ง กำลังอินยิ่งกว่าใคร ไม่ว่าสาวๆคนไหนก็อยากได้ก้นสวยๆกันทั้งนั้นแหละค่ะจริงไหม การปั้นก้นให้งอนสวยถูกใจสาวๆก็ต้องเลือก ท่าบริหารร่างกาย กันหน่อย กำลังอินยิ่งกว่าใคร ไม่ว่าสาวๆคนไหนก็อยากได้ก้นสวยๆกันทั้งนั้นแหละค่ะจริงไหม การปั้นก้นให้งอนสวยถูกใจสาวๆก็ต้องเลือก ท่าบริหารร่างกาย กันหน่อยค่ะ แนะนำให้คุณเลือกท่าที่เน้นการบริหารไปที่ช่วงสะโพก บั้นท้ายรวมถึงต้นขา เพื่อให้ก้นและขาไม่ย้วยแถมกระชับ โดยท่าหลักๆก็เป็นท่าใกล้ตัวอย่างท่าลันจ์ (Lunge) หรือท่าสควอท (Squat) นั่นเอง ถ้าสาวๆสามารถทำท่าบริหารทั้ง 5 ท่าด้านล่างต่อไปนี้ได้ทุกวัน บอกเลยค่ะว่าก้นของคุณจะงอนสวย กางเกงยีนส์ตัวไหนก็ใส่แล้วออกมาดูดี เอาอยู่ทุกตัวแน่นอน

1.Lunge
• .ยืนตรง แยกเท้าออกให้ขนานกับหัวไหล่ จากนั้นก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้า 2 ก้าวเล็ก พร้อมย่อลง ลำตัวตั้งตรง พยายามให้หัวเข่าทำมุม 90 องศา
• .กลับสู่ท่าเริ่มต้น สลับข้าง ทำซ้ำ 15 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

2.Jump Lunges
• ยืนตรง แยกเท้าออกให้ขนานกับหัวไหล่ จากนั้นเริ่มเข้าท่า Leg Lunges โดยก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้า 2 ก้าวเล็ก พร้อมย่อลง ลำตัวตั้งตรง พยายามให้หัวเข่าทำมุม 90 องศา แขนโน้มไปไว้ด้านหลังตามภาพ A
• .กระโดดสูง ขาชิดเหยียดตรง ชูมือสุดแขนตามภาพ B
• กระโดดลงมาเป็นท่า Lunge แต่สลับข้างเป็นเท้าขวาอยู่ด้านหน้าแทน นับ 1 ทำซ้ำ 12-15 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

3.Squat
• ยืนหลังตรง แยกขาทั้งสองข้างออกจากกันกว้างประมาณไหล่ ให้ปลายเท้าชี้ออกด้านหน้า มือทั้งสองข้างยกขึ้นยื่นออกตรงไปด้านหน้า
• ย่อตัวลง ทิ้งก้นไปด้านหลัง จากนั้นยืดตัวขึ้นตรงกลับท่าเดิม ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

4.Jump Squats
• ยืนตรง แยกเท้าออกเล็กน้อย ย่อตัวนั่งลง ทิ้งเอวและก้นไปข้างหลัง ประสานฝ่ามือทั้งสองข้างไว้ที่ท้ายทอย
• เอนตัวไปด้านหน้า แล้วเด้งตัวกระโดดขึ้น แล้วยืนตรงในท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 15 ครั้ง ทำ 3 เซ็ต

5.Burpees
• ยืนตรง เท้าชิด แขนขนานกับลำตัวตามรูป A
• โค้งตัว มือแตะพื้นด้านหน้า แขนเหยียดตรง เข่าชิดตามรูป B
• มือกดพื้นอยู่กับที่ นำปลายเท้าแตะพื้นไปด้านหลัง แยกขาพอประมาณคล้ายท่าเตรียมวิดพื้นตามรูป C
• นำอกลงต่ำแต่ไม่ติดพื้นคล้ายท่าวิดพื้น ขายังคงอยู่กับที่ตามรูป D
• ดันตัวและกระโดดยืนขึ้น ยกแขนขึ้นฟ้า กลับสู่ท่า A นับเป็น 1 ครั้ง ทำทั้งหมด 12-15 ครั้ง เท่ากับ 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

ทั่วไป