Menu

หมวดหมู่: บทความฟิตเนส

บทความฟิตเนส

การกินอาหารควรงดหรือควรกิน

การออกกำลังกายชนิดใดที่ส่อไปยังการใช้กำลังสูงสุดในชั่วระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่ควรนำมาไว้เป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกาย เพราะมันไม่ช่วยอะไรเลย มีแต่จะทำให้ อ่านต่อ

การออกกำลังกายชนิดใดที่ส่อไปยังการใช้กำลังสูงสุดในชั่วระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่ควรนำมาไว้เป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกาย เพราะมันไม่ช่วยอะไรเลย มีแต่จะทำให้ร่างกายเดือดร้อน เกิดความเมื่อยล้า เจ็บปวดเพียงอย่างเดียว”

 

คราวนี้เห็นหรือยังครับว่า ตัวหนังสือสีแดงนั้น บอกให้เรารู้เลยว่าเขามีทัศนคติไม่ดีกับกีฬาเพาะกายของเราขนาดไหน เหมือนกับพูดว่า คนที่สะสมแสตมป์ หรือพวกเล่นไม้แคระ (บอนไซ) เป็นพวกปัญญาอ่อน (เพียงเพราะว่าคนพูด ไม่ได้เล่นแสตมป์ หรือไม้แคระ) แล้วก็อ้างเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้ ผมคิดว่ามันไม่แฟร์ และหวังว่าน่าจะมีสักวันหนึ่ง ที่วงการเพาะกายเราจับมือกัน แล้วเถียงเขาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้โดนว่าแต่เพียงฝ่ายเดียวเช่นนี้

ถ้าที่พูดมายังมองไม่เห็นภาพละก็ คุณลองดูรายการอาหารของพวกฟิตเนสกันเลยดีกว่า  anewlifeinaustralia.com

อาหารที่ควรงด
ข้าวขัดขาว ขนมปังขาว
อาหารหรือขนมทุกชนิดที่ทำจากแป้งฟอกสี
น้ำตาลทรายขาว
เครื่องดื่มเจือสี เจือน้ำตาลทุกชนิด
เนื้อแดงของสัตว์ใหญ่ เช่นเนื้อวัว เนื้อหมู
เนื้อสัตว์ที่ผ่านการหมัก หรือขบวนการเคมี เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอก กุนเชียง

อาหารที่ควรกิน
ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวทุกชนิดที่ไม่ผ่านการขัดสี บะหมี่
ผลไม้สดตามฤดูกาล แต่ต้องระวังผลไม้ที่มีรสหวานจัด เพราะมีน้ำตาลสูง
ให้กินปลาแทนเนื้อ โดยเฉพาะปลาเนื้อขาว
ให้กินถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วแดง หรือถั่วอัลมอนด์ ที่มีสารอาหารสูง

นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ที่กำหนดไว้ว่าอายุ 30 ปี ต้องมีการเต้นของหัวใจหลังออกกำลังกาย 133 ครั้งต่อนาที ,อายุ 45 ปี ต้องมี 120 ครั้งต่อนาที อายุ 60 ปี ต้องมี 110 ครั้งต่อนาที ผมจะไม่วิจารณ์ความรู้เหล่านี้ของพวกเขา เพราะนั่นเป็นศาสตร์ของเขา และก็มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์รองรับ

วิธีเพาะกาย ( ขา )

ต้นขา คุณอ่านนิตยสาร พบภาพนักเพาะกาย ทำท่า SQUAT หนักๆ มีผู้ช่วยต้องช่วยกันยก ข้างละคน หรือบางคนก็ใช้อุปกรณ์ไฮเทค หนทางที่จะสร้างกล้ามขา ต้องหนักและใช อ่านต่อ

ต้นขา
คุณอ่านนิตยสาร พบภาพนักเพาะกาย ทำท่า SQUAT หนักๆ มีผู้ช่วยต้องช่วยกันยก ข้างละคน หรือบางคนก็ใช้อุปกรณ์ไฮเทค หนทางที่จะสร้างกล้ามขา ต้องหนักและใช้เครื่องมือไฮเทคในยิมอย่างเดียวหรือ
ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก อย่าคิดว่าการฝึกในบ้าน คุณจะไม่ได้รับความสะใจอย่างนั้น ขอเพียงแต่ให้คุณเลือกท่าฝึก ที่เหมาะสมและถูกต้อง คุณก็มันส์ในอารมณ์ได้ ลองท่านี้หน่อยเป็นไร

SISSY SQUAT
ท่านี้ ไม่ต้องใช้ลูกน้ำหนักมากเลย แถมถ้าไม่ใช้ลูกน้ำหนัก จะได้ผลดีขึ้นอีกด้วยซ้ำ ไม่ได้พูดเล่นหรอก สิ่งที่คุณต้องการจริงๆก็คือ ขอบประตูของคุณ เพื่อใช้เป็นที่มือจับยึด ก็เท่านั้น
เมื่อหาที่ยึดได้แล้ว ก็งอหัวเข่าลง หย่อนก้นลงให้ต่ำ ให้หัวเข่าชี้ไปข้างหน้า เริ่มเซทแรกด้วยการเอียงตัวไปข้างหน้าก่อน เซทต่อไปเพิ่มความยาก ด้วยการเอียงตัวไปข้างหลัง และถ้าจะให้ต้นขาทำงานมากที่สุด ก็ให้เอนไปข้างหลังทำมุม 45 องศา หย่อนตัวให้ต่ำที่สุด ยึดขอบประตูทั้งสองข้างให้ดี ใช้แต่กล้ามต้นขาด้านหน้าคุณเท่านั้น ที่ออกแรง ถ้าความรู้สึก บอกคุณว่าคุณทรมานต้นขาเหลือเกิน นั่นแหละคุณมาถูกทางแล้ว แต่ถ้าคุณรู้สึกว่า ใช้ก้นออกแรงมากไป ก็ต้องเช็คดูใหม่ว่า คุณบริหารผิดท่าทางตรงไหนบ้าง

FORWARD LUNGE
ท่านี้เป็นท่าที่ดี แต่มักถูกมองช้ามไปอย่างน่าเสียดาย เริ่มด้วยการก้าวขา ข้างที่ต้องการบริหาร ไปข้างหน้าหนึ่งข้าง แบกบาร์เบลล์ไว้หลังบ่า จากนั้นย่อตัวลง ให้น้ำหนักทั้งน้ำหนักตัวคุณ และน้ำหนักบาร์เบลล์ ตกอยู่ที่ขา ข้างที่คุณก้าวไว้ข้างหน้านั่นเอง เมื่อลงต่ำสุดจนไม่สามารถลงต่อไปได้อีก ก็ยกตัวขึ้นกลับสู่ท่าเดิม

BACKWARD LUNGE

แทนที่เราจะก้าวไปข้างหน้า แต่สำหรับท่านี้ เราก้าวขาไปข้างหลัง 1 ก้าว แล้วย่อตัวลง จนกว่าหัวเข่าจะห่างจากพื้นแค่ไม่กี่นิ้ว จากนั้นจึงยืนขึ้นสู่ท่าเดิม

 

 

LATERAL LUNGE
แทนที่จะก้าวไปข้างหน้า หรือว่ากลับไปข้างหลัง คราวนี้เราจะไปด้านข้างกัน และถ้าจะทำให้หลากหลาย คุณก็อาจก้าวไปกึ่งกลาง ระหว่างไปข้างหน้า (FORWARD) กับ ไปด้านข้าง (LATERAL) ได้

 

 

FRONT SQUAT
ทำใจให้พร้อม กับการทรมานต้นขาด้านหน้าด้วยท่านี้แล้วกัน หาผ้าเช็ดตัวมาห่อบาร์เบลล์ ตรงบริเวณที่จะสัมผัสกับไหปลาร้าของคุณ จากนั้นยกบาร์เบลล์มาวางไว้ที่ยอดอก ทำท่านี้โดยใช้แรงจากหน้าขาคุณเท่านั้น แล้วจะรู้ว่ากล้ามต้นขาคุณแทบจะลุกเป็นไฟ

 

STEP – UP (DUMBBELL)
ท่านี้โด่งดังมาได้ โดยการคิดค้นของยอดนักกีฬาดัง จากประเทศบัลแกเรีย เป็นท่าที่ทำง่ายๆ แต่ให้ผลดีต่อการพัฒนากล้ามต้นขา และกล้ามก้น เริ่มด้วยการถือดัมเบลล์ไว้ในมือทั้งสองข้าง ก้าวเท้าไปเหยียบขอนไม้ ที่วางอยู่ด้านหน้าหนึ่งข้าง จากนั้นก็ก้าวขาข้างที่เหลือตามขึ้นไป แล้วกลับลงสู่ท่าเดิม

คุณค่าของกล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น

1 กล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น = อัตราการเผาผลาญที่มากขึ้น ในแต่ละวัน ปรกติแล้วคนที่ตัวใหญ่มักจะกินอาหารในปริมาณมากกว่าคนที่ตัวเล็กกว่า เพราะร่างกายต้องก อ่านต่อ

1 กล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น = อัตราการเผาผลาญที่มากขึ้น

ในแต่ละวัน ปรกติแล้วคนที่ตัวใหญ่มักจะกินอาหารในปริมาณมากกว่าคนที่ตัวเล็กกว่า เพราะร่างกายต้องการกำลังแรงงานมากกว่านั้นเอง ดังนั้นกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นมาก็ต้องการพลังงานในการหล่อเลี้องมันมากขึ้น นั่นหมายถึง อัตราการเผาผลาญในแต่ละวันที่เยอะขึ้น ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่นักเพาะกายจะกินอาหารอย่างมากมายในหนึ่งวัน

 

แต่ เวลาเราไม่ได้ออกกำลัง (อยู่เฉยๆ) กล้ามเนื้อช่วยเพิ่มการเผาผลาญเพียงน้อยเท่านั้น กล้ามเนื้อจะเพิ่มพลังในการเผาผลาญพลังงานอย่างมากก็ต่อเมื่อมันถูกใช้งาน นั่นคือ คนที่มีกล้ามเนื้อเยอะเมื่อออกแรงจะใช้พลังงานยิ่งกว่าคนที่มีกล้ามเนื่อน้อย

และอีกครั้ง นั่นคือ เวลาคุณทำคาร์ดิโอ คุณก็จะเผาผลาญพลังงานมากกว่าปรกติด้วย

 

2 กล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น = ความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บลดน้อยลง

กล้ามเนื้อจะช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่อาจบังเกิดในการแข่งขันกีฬา หรือการทำกิจกรรมต่างๆได้ เพราะร่างกายแข็งแรงขึ้น

 

3 กล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น = รูปร่างที่ดีขึ้น

มั่นใจ โดยธรรมดาทั่วไป คนที่มีกล้ามย่อมดูดีกว่า คนที่อ้วนหรือผอมแห้ง และไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของคุณก็จะสุขภาพดีขึ้นด้วย เพราะกล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ไขมันสะสม โคเลสโตรอล น้ำตาลในเลือด ก็จะน้อยลง และนั่นทำให้ คุณจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น (กล้ามเนื้อที่สร้างโดยการฝึกนะครับ ไม่ใช่ฉีด แต่จริงๆแล้วไอที่ฉีดมันก็ไม่ได้เรียกว่ากล้ามหรอก)

 

4 กล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น = พลังมากขึ้น

แน่นอนครับ กล้ามเนื้อที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมกับพลังอันใหญ่ยิ่ง มีพลังมากขึ้นก็ทำอะไรได้มากขึ้น ผมจากแต่ก่อนยกปูนกระสอบนึงยังไม่ค่อยจะได้ ตอนนี่สบายครับ

สรุป
การมีกล้ามเนื้อมากขึ้นมีผลประโยชน์ตามมาอีกมากมาย ผมเพียงอธิบายที่คิดออกมาเพียง 4 ข้อเท่านั้น และการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด มันช่วยให้สภาพร่างกายและที่สำคัญคือสภาพจิตใจดีขึ้นอย่างแน่แท้