Menu

หมวดหมู่: บทความฟิตเนส

บทความฟิตเนส

การวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เทคนิค ฟิตเนส อย่างถูกวิธี

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับควา อ่านต่อ

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับความเร็วของเครื่องได้ตั้งแต่เดินไปจนถึงวิ่งอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการปรับความชันที่เลียนแบบการเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายขึ้นเขาได้ ลู่วิ่งไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมหลากหลายให้เลือกใช้ตามความชอบ แต่เพื่อความปลอดภัยควรซักซ้อมทำความเข้าใจกับการใช้เครื่องและโปรแกรมต่างๆ ก่อน ควรจะต้องรู้ตำแหน่งของปุ่มปรับความเร็ว และปุ่มหยุดเครื่องฉุกเฉิน เพราะเมื่อเริ่มออกกำลังกายไปแล้วเครื่องจะทำงานต่อเนื่องอยู่ตลอดจนครบเวลาที่ตั้งโปรแกรมไว้ ถ้าต้องการหยุดก่อนเวลาที่กำหนดควรค่อยๆ ลดความเร็ว และความชันลงจนอยู่ในระดับที่เดินได้ตามปกติแล้วจึงหยุดเครื่อง

เทคนิคการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า

สำครับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายบน ลู่วิ่งไฟฟ้า มาก่อน คุณควรค่อยๆเพิ่มการออกกำลังครั้งน้อย เริ่มต้นโดยการวอร์มอัพโดยการเดินหรือวิ่งช้า 5-10 นาที ตามด้วยการยืดยุ่นกล้ามเนื้อ ซึ่งเราสามารถเลือกกล้ามเนื้อที่เราจะทำการยืดเพื่อเตรียมตัวออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นการวิ่ง การวิ่งที่ดีจะต้องค่อยๆเพิ่มความเร็วจนเริ่มหายใจเร็วขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้ ให้คงความเร็วขนาดนั้นไว้ หากเหนื่อยมากก็สามารถลดความเร็วลง ค่อยเพิ่มเวลาจนกระทั่งสามารถวิ่งได้เป็นเวลา 30-45 นาทีโดยที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ช่วงเป้าหมาย แต่อย่าลืมก่อนสิ้นสุดการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ดี ราต้อง มีการวอร์มดาวน์ด้วยนะครับ

วิธีการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ถูกต้อง

การวางเท้าบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เมื่อเราวิ่งไปข้างหน้า เมื่อส้นเท้าลงพื้นให้งอนิ้วเท้าและลงน้ำหนักไปส่วนด้านข้างของเท้า เมื่อเท้าและลำตัวอยู่ในแนวเดียวกันให้เหยียดเข่าตรง ลงน้ำหนักเต็มเท้าจนกระทั่งเท้าพ้นพื้น ให้ข้อสะโพกเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามจังหวะการก้าวของเท้าโดยการใช้เอวช่วย และไหล่จะโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนการแกว่งแขน ให้แกว่งตามธรรมชาติหากวิ่งเร็วให้งอแขนและแกว่งให้สัมพันธ์กับเท้า

การวิ่ง ลู่วิ่งไฟฟ้า ให้ได้ผล ภายใน 30 นาที

  1. ไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย เวลาวิ่งจึงควรใช้แรงจากกล้ามเนื้อโคนขา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่แข็งแรงและมีพลังมาก
  2. ให้วิ่งยาว คือ วิ่งในระยะทางมาก ๆ จนกล้ามเนื้อปวดเมื่อย อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการออกกำลังกาย ซึ่งในกรณีที่เราใช้ไกลโคเจนหมดกล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และในครั้งใหม่นี้จะสะสมไว้มากกว่าคราวที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่าคราวหน้าเราจะวิ่งได้ไกลขึ้น (คล้ายกับการเล่นกล้ามให้กล้ามเนื้อฉีกขาดเพื่อให้ร่างกายสร้างใหม่และใหญ่กว่าเดิม)
  3. วิ่งเร็วสัปดาห์ละ 1 วัน  (วิ่งปกติสัปดาห์ละ2-3วัน) การวิ่งเร็ว จะทำให้ร่างกายทำงานหนัก ส่งผลให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันไปใช้วิธีให้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น เป็นการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแบบธรรมชาติบำบัดได้เป็นอย่างดี
  4. เวลาวิ่งให้หายใจโดยใช้กะบังลม เพราะการหายใจที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น คือการหายใจตื้นและสั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการวิ่ง ดังนั้นจึงต้องใช้กะบังลมเข้าช่วยเพื่อให้หายใจลึกและยาวขึ้น เราสามารถฝึกหายใจโดยใช้กะบังลมได้โดยการนอนหงายเอาหนังสือวางบนหน้าท้อง ถ้าหนังสือขยับขึ้นตอนสูดหายใจเข้าลดลงตอนหายใจออกถือว่าใช้ได้ และควรยืดกล้ามเนื้อ วันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง

 

a new life in australia

ยืดท่าไหนดี กล้ามเนื้อขาตึง สาเหตุใหญ่ของการปวดเข่า

กล้ามเนื้อต้นขาตึง ยืดท่าไหนดี มักเกิดจากการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อต้นขามากเกินไป เช่น วิ่งจนขาตึง หรือ Squat จนกล้ามเนื้อต้นขาแข็งไ อ่านต่อ

กล้ามเนื้อต้นขาตึง ยืดท่าไหนดี มักเกิดจากการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อต้นขามากเกินไป เช่น วิ่งจนขาตึง หรือ Squat จนกล้ามเนื้อต้นขาแข็งไปหมด บางคนนั่งทำงานออฟฟิศนานๆ

ก็อาจมีอาการเมื่อย ตึง ได้เช่นกัน เมื่อกล้ามเนื้อตึง ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ฝืด ติดขัด มีการเสียดสีเพิ่มมากขึ้นทำให้เครื่องจักรเสียหายได้ง่าย กล้ามเนื้อและข้อต่อ ก็เช่น กัน เมื่อกล้ามเนื้อตึง แรงกดจะไปตกอยู่ที่ข้อต่อ ข้อเข่า มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าไม่สามารถ พับงอ ได้อย่างสะดวก เมื่อเสียดสีมากๆ เกิดเป็นการอักเสบ การปวดเข่าตามมา การออกกำลังกายที่มากเกินไป และไม่มีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อเพียงพอ สามารถนำมาซึ่งการบาดเจ็บได้ง่ายๆเลย

วิธีการแก้ไข ยืดท่าไหนดี

ดังนั้น การยืดเหยียด จึงมีความสำคัญ การนวดหลังออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้มาก ใครที่อยู่บ้านไม่มีใครนวดให้ หรือไม่รู้จะยืดท่าไหน (ก็ว่ายืดพอแล้วนะ ทำไมยังตึงอยู่) โยคะช่วยได้!!  สามารถทำตามคลิปนี้ได้เลย เป็นท่าโยคะง่ายๆ ห้านาที เท่านั้น  ช่วยคลายกล้ามเนื้อต้นขา และลดอาการเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณก้น หรือที่เรียกว่า glutes นั่นเอง สามารถประยุกต์ใช้ท่านี้ได้ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย ป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างดีเยี่ยม อาการปวดเข่า จากกล้ามเนื้อตึง จะไม่มารังควาญใจอีก

gclub support

เทรนด์การออกกำลังกายที่ใช่ที่สุด..ผู้หญิงที่แข็งแรงสไตล์นักกีฬา

ปัจจุบันสังคมเริ่มมองเห็นว่าผู้หญิงเรียนรู้ที่จะใส่ใจในสุขภาพ ความแข็งแกร่ง และพละกำลังของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสลัดภาพของสาวกุ้งแห้งตัวเป็นแท่ง อ่านต่อ

ปัจจุบันสังคมเริ่มมองเห็นว่าผู้หญิงเรียนรู้ที่จะใส่ใจในสุขภาพ ความแข็งแกร่ง และพละกำลังของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสลัดภาพของสาวกุ้งแห้งตัวเป็นแท่งตรงๆทิ้งไป เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้หญิงรักในสุขภาพและดูแลรูปร่างของตัวเองแบบสุดๆ อย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งสำคัญ 8 ข้อสำหรับสาวๆที่มุ่งมั่นจะเป็นยอดหญิงนักกีฬาและความจริงทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจในสิ่งที่อาจจะเคยเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งที่พวกเธอมี

1.ความแข็งแกร่งคือความสวยงาม สุขภาพแข็งแรงคือความสวยงาม เลิกแบ่งแยกขนาดและรูปร่างสักทีเถอะ

“ขาของเธอใหญ่เกินไปหรือเปล่า”

“ก้นแบนแต๊ดแต๋เลย”

“ไหล่ใหญ่อย่างกับผู้ชาย”

ให้ตายเถอะถ้าฉันได้ยินใครพูดประโยคประมาณนี้อีกทีนะ ฉันอยากจะไปกระโดดหน้าผาตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นี่คืออีกเหตุผลหลักที่ทำให้สาวๆมีปัญหาในเรื่องรูปร่าง ทำไมเราต้องแบ่งแยกประเภทของรูปร่างด้วย ความสวยงามเป็นเรื่องของมุมมองที่แล้วแต่ใครจะคิดไม่ใช่เหรอ อย่าตัดสินคนอื่นโดยพลการสิ คราวหน้าถ้าคุณต้องการหัวเราะเยาะผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อมากเกินไปจนดูคล้ายกับผู้ชาย หรือนักกีฬาที่ดูผอมโดยธรรมชาติ โปรดจำไว้ว่าพวกเขารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างหนัก และเคารพร่างกายของตัวเอง นี่แหละคือความสวยงามของจริง!

2.เรารักการออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าเราไม่ชอบลิปสติกกับรองเท้าส้นสูง

ใครจะเป็นชาร์ลีซ เธียรอนได้ตลอดเวลา ในแต่ละวันร่างกายของเราต้องชุ่มเหงื่อและอยู่ในชุดรัดรูปทั้งวัน แต่คุณนึกออกไหมว่าการโกนขนให้เรียบเนียนทุกวันก็น่าเบื่อไม่แพ้กันนะ นอกจากนี้กรุณาเลิกวิจารณ์ผู้หญิงที่แต่งหน้าไปออกกำลังกายสักที อย่างตัวฉันเองถ้าไม่ได้แต่งหน้าก็หน้าคล้ายกอลลั่ม ดังนั้นคุณควรขอบคุณฉันนะที่แต่งหน้าไปฟิตหุ่นทุกวัน ไม่งั้นคุณอาจจะสยองขวัญก็เป็นได้

3.น้ำหนักตัวของเราขึ้นๆลงๆ

การรักษาสมดุลในการรับประทานอาหารให้พอดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้หญิงบางคนแค่มองพิซซ่าก็น้ำหนักขึ้นแล้ว ส่วนบางคนเขมือบคริสปี้ครีมไปทั้งกล่องแต่น้ำหนักกลับไม่ขึ้นแม้แต่ขีดเดียว ดังนั้นกรุณาจำไว้ว่าสาวๆรูปร่างเตี้ยจะมีแนวโน้มร่างกายบึกบึนเร็วกว่าปกติ ดังนั้นอย่าหัวเราะเยาะ “ขาใหญ่” ของเรา ไม่งั้นเราอาจเตะคุณหักเป็นสองท่อนได้

4.ใช่ 4 ทุ่มคือดึกแล้ว หุบปากไปเลย

คุณเคยยกน้ำหนัก 80 กิโลกรัมทั้งๆที่ได้นอนเพียง 4 ชั่วโมงไหม? มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าคุณเอาไหมขัดฟันมาลากรถบรรทุกยังไงยังงั้น อย่าหงุดหงิดเวลาที่เราปฏิเสธที่จะไปงานเลี้ยง และอย่าเพิ่งตัดสินว่าเราชอบน้ำเปล่ามากกว่าเบียร์ ได้โปรดทำความเข้าใจว่าเราต้องการนอนเร็วแทนที่จะออกไปปาร์ตี้ พอพรุ่งนี้เช้าทุกคนจะเมาค้างขณะที่เราออกไปวิ่ง

5.เราใส่ใจในสุขภาพแต่ใช่ว่าเราจะกินพิซซ่าหมดถาดไม่ได้

แน่นอนว่าเราใส่ใจในอาหารทุกชนิดที่เรารับประทานเข้าไป บรรดานักกีฬารู้ดีว่าการออกกำลังกายจะไม่มีวันประสบผลสำเร็จหากปราศจากทักษะการประกอบอาหารในห้องครัว อย่าแปลกใจถ้าคุณเห็นเรากำลังสวาปามบุฟเฟ่ต์บ้างเป็นครั้งคราว ร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล ผักสลัดหรือขนมปังกรอบแค่ 1-2 ชิ้นช่วยไม่ได้หรอก บางคนรับประทานผักเป็นกระบุง แฮมเบอร์เกอร์ แซนด์วิช คาร์โบไฮเดรตและไขมันทั้งหลายแหล่ บางโอกาสก็ไม่พลาดเค้ก พาย และมันฝรั่งทอด เราออกกำลังกายกันอย่างหนักและส่วนใหญ่ก็กินกันหนักมากด้วยแต่ไม่ถึงขั้นเป็นวาฬเพชฌฆาตหรอกนะ เราแค่ต้องการแคลอรี่บ้าง ให้เราเถอะ!

6.เราโกรธเป็น หงุดหงิดเป็น อิจฉาเป็น แปรปรวนเป็น เราก็เป็นมนุษย์นะ

เราเพิ่งวิ่งแข่งกับสาวๆที่มีอายุ น้ำหนัก และระดับทักษะพอๆกัน บางคนเข้าที่โหล่และบางคนก็เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เรารู้สึกว่าเรากำลังถูกเปรียบเทียบไม่ว่าเราจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม แต่เราจะไม่เก็บเอามาคิดมากจนเสียกำลังใจ นี่แหละน้ำใจนักกีฬา

7.เราอาจร้องไห้ถ้าการฝึกไม่เป็นไปดั่งใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ

หลายครั้งที่ฉันพุ่งเข้าไปที่รถหลังจากที่รู้สึกล้มเหลวสุดๆกับการฝึก จากนั้นฉันก็ร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรูเต็มสองแก้มขณะที่มองไปนอกหน้าต่างพร้อมกับครุ่นคิดถึงเป้าหมายในชีวิต อย่ามาแบ่งแยกเพศ เราแค่แสดงออกต่างกัน เวลาที่ผู้ชายโมโหพวกเขามักจะตะโกนโวยวายหรือขว้างปาสิ่งของใส่กำแพง ส่วนผู้หญิงบางครั้งก็ร้องไห้ไง เราไม่ได้ทำมาจากหินนะ

8.เราไม่ได้ถูกครอบงำ แต่เราเป็นคนมุ่งมั่นต่างหาก

ความยากจน ความหิว ปัญหาคนไร้บ้าน รัฐบาลคอร์รัปชั่น โลกร้อน แหล่งน้ำจืดกำลังจะหมดไป ทั้งหมดที่กล่าวมานั่นคือปัญหา ส่วนการที่พวกเราชอบออกกำลังกายอย่างหนัก มันใช่ปัญหาซะที่ไหนล่ะ!

gclub support