Menu

หมวดหมู่: บทความการเพาะกาย

ฟิตหุ่นสวยรับซัมเมอร์

หน้าร้อนมาแล้ว เชื่อว่าฤดูนี้ใครๆก็นึกถึงทะเล “เมื่อชีวิตต้องการทะเล” สิ่งที่เป็นความฝันของทุกคนคือได้พักผ่อนพร้อมทำกิจกรรมริมหาดแบบสุดเหวี่ยง ในชุดว่ อ่านต่อ

หน้าร้อนมาแล้ว เชื่อว่าฤดูนี้ใครๆก็นึกถึงทะเล “เมื่อชีวิตต้องการทะเล” สิ่งที่เป็นความฝันของทุกคนคือได้พักผ่อนพร้อมทำกิจกรรมริมหาดแบบสุดเหวี่ยง ในชุดว่ายน้ำสีสด เมื่อชุดว่ายน้ำเป็นเครื่องแบบหลักที่จะได้อวดหุ่นสวยๆ  มาเตรียมความพร้อมให้รูปร่างด้วยท่าออกกำลังกายรับซัมเมอร์นี้กัน โดยท่าออกกำลังกายชุดนี้จะเป็นท่าออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่รอบๆตัว เช่นขวดน้ำบรรจุน้ำหรือ หากใครพร้อมหน่อยจะใช้ ดัมเบลเวท ฟิตเนสบอล หรือสื่อโยคะร่วมด้วยก็ได้

 

 

รู้ก่อนเริ่มปฏิบัติ
การออกกำลังกายนั้นจะได้ผลดีที่สุดจะต้องรู้จักควบคุมอาหาร ทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หากเป็นคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน ให้ลดข้าว แป้ง น้ำตาลลง 25% และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด ขนม นมเนยต่างๆ ดื่มน้ำมากๆ และ แนะนำให้จดบันทึกอาหารที่ทาน จำนวนการออกกำลังกาย และปรับระดับการออกกำลังกายให้เหมาะกับความแข็งแรงและพัฒนาการของร่างกาย นอกจากนี้ ต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้การเนรมิตหุ่นสวยๆเพื่อชุดว่ายน้ำตัวเก่งก็ทำได้ไม่ยาก

การเลือกน้ำหนักของแรงต้านที่เหมาะกับเรา
สำหรับการเลือกน้ำหนักของดัมเบลเวทหรือขวดน้ำบรรจุน้ำ ควรเลือกที่ไม่เบา และไม่หนักจนเกินไป โดยวิธีที่จะทดสอบน้ำหนักที่เหมาะกับเราคือ ลองยกเวทดู ถ้าเราสามารถยกได้แบบสบายๆจนจบเซ็ต แสดงว่าน้ำหนักนั้นเบาเกินไป แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากยกได้เพียงครึ่งนึงของเซ็ตแล้วไปต่อไม่ไหว แสดงว่าน้ำหนักนั้นหนักเกินไป แต่ถ้าหากน้ำหนักที่เรายกได้ คือ 3 ใน 4 ของจำนวนครั้งต่อเซ็ต หรือประมาณ 2-3 ครั้งสุดท้ายของเซ็ต เริ่มรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแต่ยังยกต่อไหว แสดงว่านั้นหล่ะคือน้ำหนักเวทที่เราสามารถยกได้จริงๆ

โปรแกรมฟิตหุ่นสวยรับซัมเมอร์
ท่าออกกำลังกายชุดนี้เป็นท่าออกกำลังกายที่ทำให้ออกกำลังกายได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยเริ่มจากการอบอุ่นร่างกายด้วยการวิ่งอยู่กับที่ ซัก 1-2 นาที แล้วเริ่มท่าแรกได้เลย โดยทำ 10-12 ครั้ง หรือสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอาจทำ 12-15 ครั้ง ก็ได้ ทำท่าละ 2-3 เซ็ตเป็นอย่างน้อย อาจวางตารางให้ตั้งแต่ท่าแรกจนถึงท่าสุดท้ายตามลำดับท่าละ 1 เซ็ตแล้ววนเป็น loop ก็ได้ หรือไล่ทำไปทีละท่า ท่าละ 3 เช็ตจนหมดชุดก็ได้

• Squat to press
เป็นท่าออกกำลังกายที่ผสมกันระหว่าง squat และ shoulder press ซึ่งช่วยในการกระชับต้นแขน หัวไหล่ ปีกด้านหลัก เนินอก ก้น ต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง ถือว่าท่าเดียวได้ออกแรงหลายส่วน แถมยังช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีอีกท่านึงเลยทีเดียว

ท่านี้สามารถเพิ่มความหนักด้วยการใช้แรงต้าน โดยถือดัมเบลเวท หรือขวดน้ำบรรจุน้ำก็ได้ และ ทำให้เต็มท่า ทำช้าๆให้โพกัสไปที่กล้ามเนื้อที่ใช้ ช่วงนั่งลงให้รู้สึกเกร็งที่หน้าขาและช่วงที่ยืนขึ้นผลักแขนให้สุด เกร็งท้องไว้ และหายใจให้เป็นปรกติไม่กลั้นหายใจ

• Jump squat
ท่านี้ถือเป็นอีกท่านึงที่เผาผลาญพลังงานและสลายไขมันต้นขาได้ดี โดยเป็นการผสมกันระหว่างการ squat และ เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจด้วยการกระโดด เมื่อรวมกันแล้วก็จะช่วยให้เผาผลาญพลังงานและกระชับกล้ามเนื้อไปพร้อมๆกัน

ท่านี้ต้องพยายามทำให้ต่อเนื่องให้ครบจำนวนครั้งและกระโดดให้สูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมแกว่งแขนขึ้นลงจะช่วยเพิ่มการออกแรงและช่วยกระชับต้นแขนได้อีกด้วย

• Chest press
สำหรับ chest press เป็นท่าการออกกำลังกายที่ช่วยกระชับหน้าอกและเนื้อส่วนเชื่อมต่อของอกและรักแร้ (pectoral) ท่านี้หากเล่นควบคู่กับฟิตเนสบอล นอกจากได้บริหารส่วนของหน้าอกแล้ว ยังได้บริหารกล้ามเนื้อส่วนแกนกลางลำตัว หลัง ก้นและต้นขาได้อีกด้วย เนื่องจากร่างกายต้องเกร็งกล้ามเนื้อส่วนที่กล่าวมาในการทรงตัวให้อยู่บนลูกบอล ถ้าใครไม่มีฟิตเนสบอล สามารถใช้ท่าลักษณะเดียวกันกับเตียงนอนหรือม้านั่งก็ได้

• Push up
ท่าครอบจักรวาลที่ช่วยเปลี่ยนรูปร่างคุณให้ฟิตได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นท่าพื้นฐานที่ใช้เวลาน้อย ไม่ง้ออุปกรณ์และได้ผลดี ช่วยในการกระชับรูปร่างได้ทุกส่วน ทั้ง อก ไหล่ หลัง แกนกลางลำตัว และขา สำหรับคนที่เพิ่มเริ่มฝึกสามารถใช้การดันผนัง ดันเก้าอี้โดยให้ศรีษะสูงกว่าเท้า หรือหากทำบนพื้นให้วางเข่าลงกับพื้นก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่ฝึกเป็นประจำจะเพิ่มความยากด้วยการเพิ่มน้ำหนักวางลงบนหลัง หรือ ใช่ท่า incline pushups ให้เท้าสูงกว่าศีรษะก็ได้

• Hip raise to leg curl
ชื่อท่ายาวซักหน่อย เพราะเป็นท่าที่เป็นท่าชุดผสมกันระหว่าง Hip raise และ leg curl โดยออกกำลังกายร่วมกับฟิตเนสบอล เตียง หรือ ม้านั่งก็ได้ โดยท่านี้จะช่วยในการประชับส่วนท้อง แกนกลางลำตัว ต้าขา นอกจากนี้ ท่า Hip raise to leg curl ถือว่าเป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยให้ก้นได้รูปสวยงามแบบเน้นๆอีกด้วย ข้อควรระวังคือองศาเวลายกตัวขึ้นอย่ากดน้ำหนักลงที่คอ แต่พยายามให้น้ำหนักลงที่บ่าและหลังส่วนบน จะช่วยให้ปลอดภัยจากการบาดเจ็บบริเวณคอ และแนวกระดูกสันหลังได้

• Bicycle crunch
มาถึงส่วนของเอวและท้องส่วนบน ท่า Bicycle crunch จะช่วยกระชับหน้าท้องส่วนบน และในขณะที่บิดตัวจะได้ออกแรง เอวและลำตัวด้านข้าง ท่านี้จะทำให้เอวมีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยงาม ระวังซักนิดสำหรับคนที่เริ่มฝึกใหม่ๆ มักจะใช้วิธีการดึงและช้อนศีรษะขึ้น การกระทำแบบนี้นอกจากไม่ได้ผลแล้ว อาจทำให้ปวดเมื่อยบริเวณต้นคอได้ การวางท่าที่ถูกต้องคือ ให้ใช้มือแตะเบาๆที่ใบหูและใช้การออกแรงจากลำตัว ยกตัวขึ้นแทนที่จะดึงตัวขึ้นด้วยมือ จะปลอดภัยกว่าและได้ผลมากกว่า

• Running in place
การวิ่งเหยาะๆ อยู่กับที่ ท่านี้จะช่วยเพิ่มอัตตราการเต้นของหัวใจ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในขณะออกกำลังกาย โดยเราสามารถเพิ่มความหนักโดยการดึงเข่าให้สูงกว่าสะโพก กระโดดให้เร็ว และต่อเนื่อง เป็นเวลา 60 วินาที จากนั้น ก็เริ่มทำท่าอื่นๆต่อไปจนครบ นอกจากได้เผาผลาญแล้วท่านี้ยังช่วยกระชับน่อง ต้นขา และการเหวี่ยงแขนไปมาก็ช่วยให้ร่างกายทุกๆส่วนกระชับขึ้น

ที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

7 ท่าออกกำลังกายลดต้นขา

สาวๆหลายคนมักจะเผชิญกับปัญหาขาใหญ่ไม่กระชับ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะกับสาวเจ้าเนื้ออวบอ้วนเท่านั้นนะค่ะ แต่ยังเกิดขึ้นได้กับสาวร่างเล็กเพรียวลมได้เช่นกัน ทำใ อ่านต่อ

สาวๆหลายคนมักจะเผชิญกับปัญหาขาใหญ่ไม่กระชับ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะกับสาวเจ้าเนื้ออวบอ้วนเท่านั้นนะค่ะ แต่ยังเกิดขึ้นได้กับสาวร่างเล็กเพรียวลมได้เช่นกัน ทำให้รูปร่างที่ควรได้สัดส่วนกลับผิดรูปไปซะงั้น

1. Squat
เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและสะดวกสามารถทำที่ไหนก็ได้ เป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยกระชับต้นขา สะโพกและเซลลูไลท์อย่างได้ผล

วิธีการบริหาร
1. ยืนตรง กางขาออกกว้างประมาณไหล่ เปิดปลายเท้าออกไปด้านข้างเพียงเล็กน้อย
2. ค่อยๆย่อตัวลงนั่งโดยให้หลังตั้งตรงไม่งอ ดันเอวและก้นไปด้านหลังเหมือนนั่งเก้าอี้กลางอากาศ พยายามอย่าให้หัวเข่าเกินปลายเท้า
3. มองตรงไปข้างหน้า เกร็งหน้าท้องเอาไว้ กลับเข้าสู่ท่ายืน
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Squat นี้ เริ่มแรกอาจจะทำสัก 15 -20 ครั้ง ทั้งหมด 4-5 เซต และควรทำต่อเนื่อง สัปดาห์ล่ะ 3 วัน

2. Sumo Squat
เป็นการออกกำลังกายที่เหมือนกับ Squat ท่ากายบริหารนี้จะช่วยกระชับต้นขาด้านในก้น

วิธีการบริหาร
1. ลำตัวตั้งตรง ยืนแยกปลายเท้าห่างประมาณหัวไหล่ เปิดปลายเท้าเล็กน้อย
2. มือประสานกันไว้ที่หน้าอก งอเข่าและลดสะโพกลง ให้เข่าอยู่ระดับเดียวกันกับปลายเท้า
3. มองตรงไปข้างหน้า เกร็งหน้าท้องเอาไว้ กลับสู่ท่ายืน
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Sumo Squat ทำ 15-20 ครั้ง/ต่อเซต และควรทำทั้งหมด 4-5 เซต

3. Lunges
เป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยกระชับต้นขาด้านหน้า ด้านหลังและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก

วิธีการบริหาร
1. ยืนตัวตรง ขาทั้งสองข้างกว้างประมาณหัวไหล่ ที่สำคัญลำตัวต้องตั้งตรงอยู่เสมอ
2. ก้าวขาออกไปข้างหน้า 1 ก้าว เท้าราบกับพื้น อีกข้างหนึ่งให้งอเข่าลงทำมุมให้ได้ 90 องศา หลังตั้งตรงไม่โน้มตัวไปข้างหน้า
3. ยกตัวขึ้นกลับเข้าสู่ท่าปกติ
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Lunges ควรทำสัก 20 ครั้ง ต่อ/เซต และควรทำต่อเนื่อง 4-5 เซต

4. Wall Sit Squat
หรือที่เรียกกันว่าท่าพิงกำแพงนั่นเอง เป็นท่าสควอทอีกแบบหนึ่งที่ช่วยกระชับต้นขาด้านหน้า ด้านหลังให้แข็งแรง สลายเซลลูไลท์ได้ผล และยังช่วยป้องกันเข่าเสื่อมได้อีกด้วย

วิธีการบริหาร
1. ยืนหันหลังชิดกำแพง แยกปลายเท้าให้กว้างประมาณไหล่ เท้าห่างจากกำแพง 1 ฟุต
2. ค่อยๆย่อตัวลงมา ทำมุมให้ได้ 90 องศา ต้นขาต้องขนานกับพื้นคล้ายกับการนั่งเก้าอี้ หลังตั้งตรงไม่งอ
3. ทำท่านี้ค้างเอาไว้ 30 นาที หรือหากเริ่มต้นทำ อาจจะนับ 1-10 ครั้งแล้วยืดตัวขึ้นกลับสู่ท่าเดิม
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วย Wall Sit Squat เริ่มต้นควรทั้งหมด 3 เซต ใช้เวลา 30 วินาที และ 60 วินาที หลังจากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นเป็น 2 นาที

5. Squat Jumps
หรือที่หลายคนเรียกว่าสก๊อตจั๊ม เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก ก้น เอ็นร้อยหวาย

วิธีการบริหาร
1. ยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อยให้ปลายเท้ากว้างประมาณไหล่ มือประสานกันไว้ที่ท้ายทอย
2. ย่อตัวลงเหมือนกับท่าสควอท ต้นขาตั้งฉาก จากนั้นกระโดดขึ้นขาเหยียดตรง แล้วย่อตัวลงแล้วกระโดดเหมือนเดิม
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Squat Jumps เริ่มต้นควรทำสัก 15 ครั้งต่อเซต ทำทั้งหมด 3 เซต

6. Jumping Jacks
หรือท่ากระโดดตบ ที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อขาและหัวไหล่ได้พร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นท่าบริหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วย จัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยลดน้ำหนักได้ลงอย่างใจต้องการเลยทีเดียว

วิธีการบริหาร
1. ยืนตัวตรงปลายเท้าห่างออกเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างแนบตามลำตัว
2. กระโดดขึ้นแยกขาให้กว้างประมาณหัวไหล่ แขนทั้งสองข้างแกว่งขึ้นยู่เหนือศรีษะ ปลายนิ้วมือสัมผัสกัน
3. กลับเข้าสู่ท่าเดิม
การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Jumping Jacks นี้ สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ควรทำสัก 20 ครั้งต่อเซต ทำทั้งหมด 3 เซต หลังจากที่ร่างกายเริ่มปรับตัวแล้วอาจจะเพิ่มจำนวนครั้งไปเรื่อยๆ

7. Leg raises
เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อส่วนขาให้ได้สัดส่วน อีกทั้งยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่างให้แข็งแรงขึ้น การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า leg raises ต้องอาศัยอุปกรณ์อย่างเสื่อโยคะ เป็นตัวช่วยปูรองเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

วิธีการบริหาร
1. นอนราบลงไปกับเสื่อโยคะ แขนทั้งสองข้างแนบลำตัว แบบมือออกเล็กน้อย นำมือที่คว่ำลงสอดไปไว้ใต้ก้น
2. ยกขาทั้งสองข้างขึ้นในลักษณะเหยียดตรงเท้าชี้ขึ้นบนเพดาน เกร็งขาค้างไว้สักครู่หนึ่งแล้วค่อยๆลดขาลงช้าๆให้กลับเข้าสู่ท่าปกติ

การออกกำลังกายลดต้นขาด้วยท่า Leg raises นี้ สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ควรทำสัก 20 ครั้งต่อเซต ทำทั้งหมด 3 เซต หลังจากที่ร่างกายเริ่มปรับตัวแล้วอาจจะเพิ่มจำนวนครั้งไปเรื่อยๆ เป็นอย่างไรบ้างกับท่าออกกำลังกายลดต้นขาทั้ง 7 แบบ ที่เราเอามาฝากในวันนี้ ใครที่อยากให้ขาเรียวเล็ก ไร้ไขมันส่วนเกิน ลองออกกำลังกายตามนี้ดูสิ รับรองว่ารูปร่างของคุณได้สัดส่วนไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

ที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

12 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

เป็นที่ทราบดีว่าการออกกําลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกายและใจ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตั้งเป้าหมายในการออกกํา อ่านต่อ

เป็นที่ทราบดีว่าการออกกําลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกายและใจ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตั้งเป้าหมายในการออกกําลังกายไว้ไกลเกินกว่าจะเห็นผลได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ต้องการลดน้ำหนักหรือลดสัดส่วน ดังนั้น เมื่อออกกําลังกายแล้วไม่เห็นผลทันที จึงทําให้เกิดความท้อถอยและล้มเลิกไปในที่สุด การกําลังกายจึงควรมุ่งไปที่เป้าหมายที่เห็นผลชัดเจน ทุกครั่งหลังออกกําลังกายจะทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลัง ผ่อนคลาย คลายเครียด ซึ่งเป็นผลจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ความเชื่อที่ว่านิสัยใหม่สร้างได้หากทําเป็นกิจวัตรต่อเนื่องกันเป็นเวลา 21 วัน สามารถนำมาปรับใช้กับนิสัยการออกำลังกายได้เช่นกัน เพราะทุกคนสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการออกกําลังกายให้ตัวเองได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น 12 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย ที่เรานำเสนอต่อไปนี้

1. เลือกซื้อเสื้อผ้าออกกําลังกายที่ทันสมัย ต้องเลือกชุดออกกําลังกายที่เหมาะสม ชุดรัดรูปอาจจะทําให้คุณดูดี แต่หากว่ารัดมากเกินไปก็อาจเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหว หรือทําให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่กําลังเคลื่อนไหวอยู่ได้ไม่ดี

2. สร้างนิสัยการออกกําลังกายให้สม่ำเสมอ โดยการออกกําลังกายในเวลาเดียวกันทุกวัน

3. เตือนตัวเองให้ออกกําลังกายโดยวางอุปกรณ์ออกกําลังกายไว้ในที่สะดุดตา

4. ปรับทัศนคติให้เชื่อว่าความเหนื่อยล้าจากการออกกําลังกายจะสามารถแสดงถึงผลลัพธ์ที่ได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรง

5. เลือกเล่นกีฬาประเภทที่เหมาะกับตัวเองและหาเพื่อนร่วมออกกําลังกายด้วย เช่น เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน เพื่อสัญจรในชีวิตประจําวันแทนการออกกําลังกาย

6. ห้ามชื้อเครื่องออกกําลังกายที่ไม่ได้คุณภาพ หากคุณกําลังคิดจะเลือกซื้ออุปกรณ์การออกกําลังกายมาไว้ที่บ้าน ให้ทดลองหลายๆเครื่องมือหลายๆแบบก่อนตัดสินใจ และควรพิจารณาคุณภาพมากกว่าราคา

7. ห้ามเริ่มออกกําลังกายในทันที การวอร์มร่างกายก่อนออกกําลังกายทุกครั้งมีความสําคัญมาก เพราะจะช่วยลดอัตราการเจ็บตัวระหว่างออกกําลังกายได้ นอกจากนี้ความยืดหยุ่นในการวอร์มร่างกายยังช่วยให้การออกกําลังกายนั้นๆได้ผลดียิ่งขึ้น

8. ต้องให้เวลาในการผ่อนร่างกายหลังออกกําลัง อย่ารีบพุ่งไปเปลี่ยนชุดทันทีหลังออกกําลังกายเสร็จ เพราะการผ่อนร่างกายนั้นสําคัญมาก ต้องให้เวลากล้ามเนื้อได้ค่อยๆผ่อนคลาย ให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงสู่อัตราปกติและเตรียมร่างกายให้กลับสู่สภาพปกติด้วย

9. ห้ามอดน้ำระหว่างออกกําลังกาย เพราะร่างกายคนเราสูญเสียน้ำในระหว่างออกกำลังกายในปริมาณ 8 ออนซ์ในทุก 15 นาที หากใช้เวลาออกกําลังกายเกิน 1 ชั่วโมง ให้ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่แทน เพราะร่างกายจะต้องการมากกว่าน้ำเปล่าในขณะนั้น

10. ต้องกินอาหารหลังออกกําลังกายภายใน 2 ชั่วโมง เพราะว่ากล้ามเนื้อของคุณต้องการพลังงานทดแทน ให้เลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเล็กน้อย

11. บันทึกความก้าวหน้าการออกกําลังกายของตัวเอง หรือใช้โซเชียลมีเดียโดยโพสต์รูป/สเตตัสการออกกําลังกาย เป็นการสร้างความสนุกและกระตุ้นให้ออกกําลังกายได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

12. ห้ามตั้งจุดมุ่งหมายที่เกินเอื้อม เพราะมันจะทําให้คุณหมดกําลังใจและยิ่งไปไม่ถึงฝัน นอกจากนี้อย่าเปรียบเทียบความสามารถของตัวเองกับคนอื่น เพราะการออกกําลังกายมีผลลัพธ์ของแต่ละคนต่างกัน แม้ว่าจะใช้เวลาและการออกกําลังกายแบบเดียวกันก็ตาม

และที่สำคัญ คุณควรต้องหาเพื่อนออกกําลังกาย หากคุณมีปัญหาในการลากตัวเองไปออกกําลังกายยาก ต้องหาเพื่อนที่ชื่นชอบการออกกําลังกายในแนวเดียวกันมาเป็นคู่ออกกําลังกาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยากออกไปวิ่ง ออกไปเวิร์คเอาท์ให้มากยิ่งขึ้น