Menu

หมวดหมู่: ท่าทางการฝึก

ท่าทางการฝึก

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับฟิตเนส

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่หนึ่ง: ไม่เจ็บ ก็ไม่ได้มา การออกกำลังกายที่ดีสำหรับคุณไม่จำเป็นต้องมีอาการเจ็บ ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจกำลังทำอะไรบางอย่าง อ่านต่อ

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่หนึ่ง: ไม่เจ็บ ก็ไม่ได้มา

การออกกำลังกายที่ดีสำหรับคุณไม่จำเป็นต้องมีอาการเจ็บ ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจกำลังทำอะไรบางอย่างผิดพลาดหากเกิดอาการเจ็บปวด อาการปวดเมื่อยบางอย่างพบได้บ่อยในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นครั้งแรก แต่หากอาการปวดเป็นต่อเนื่อง แสดงว่าคุณอาจกำลังหักโหมมากเกินไป อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่เป็นช้า (Delayed onset muscle soreness) ซึ่งมีอาการปวดต่อไปได้ถึง 48 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย เป็นผลมาจากการอักเสบและการฉีดขาดของเนื้อเยื่ออิลาสติก (Elastic tissue) รอบ ๆ เส้นใยกล้ามเนื้อ ดังนั้น เพื่อให้เวลากล้ามเนื้อได้ปรับตัว อย่าหักโหมมากจนเกินไป หรือไม่เช่นนั้นคุณอาจบาดเจ็บได้

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สอง: การมีเหงื่อออกมากขณะออกกำลังกายหมายถึงคุณไม่ฟิต
ในความเป็นจริงแล้วคือตรงกันข้าม การมีเหงื่อออกขณะออกกำลังกายบ่งบอกว่าการระบายความร้อนมีประสิทธิภาพ นักกีฬาที่ปรับตัวจนสามารถทำให้ร่างกายเย็นได้ขณะออกกำลังกายจะมีการปรับเปลี่ยนให้เลือดไปอยู่ที่ผิวหนังได้เร็วกว่า และระบายความร้อนออกจากร่างกาย ในเวลาเดียวกัน ต่อมเหงื่อจะเพิ่มการผลิตเหงื่อและทำให้ร่างกายเย็นลงผ่านทางการระเหยของเหงื่อ ในขณะที่คนที่มีสุขภาพดีสร้างเหงื่อได้มากกว่าผู้สูงอายุ แต่ก็เสียโซเดียมไปน้อยกว่าเพราะถูกดูดซึมกลับได้ ผลที่ได้คือการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพดีกว่า

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สาม: หากคุณหยุดออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเปลี่ยนเป็นไขมัน
กล้ามเนื้อและไขมันเป็นเนื้อเยื่อคนละชนิดกัน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนกันไปมาได้ ความจริงแล้วคือกล้ามเนื้อจะฝ่อไปหากไม่ได้ใช้งาน ดังนั้น หากคุณกินตามปกติ แต่หยุดออกกำลัง คุณจะมีไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และแน่นอนว่าคำถามที่แท้จริงคือ ทำไมคุณถึงหยุดออกกำลังกายล่ะ ?

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สี่: คุณเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้โดยการออกกำลังกายนานขึ้น แต่เบาลง
ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าพลังงานที่ใช้ไปในการออกกำลังกายมาจากไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตกี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่สำคัญคือ ใช้พลังงานไปทั้งหมดเท่าไรในแต่ละวัน ยิ่งออกกำลังกายหนัก ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปในแต่ละนาทีก็จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ จะได้รับคำแนะนำให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน เนื่องจากอาจทนการออกกกำลังกายอย่างหนักไม่ได้ และการออกกำลังกายเบา ๆ ก็ปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้น

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่ห้า: หากคุณออกกำลังกายแล้วคุณจะกินอะไรก็ได้
หากคุณพยายามจะชดเชยการกินอาการที่ไม่เหมาะสมด้วยการออกกำลังกาย คุณจะผิดหวังแน่ ในขณะที่การไม่ออกกำลังกายและกินอาหารไม่เหมาะสมนั้นแย่ต่อสุขภาพมากกว่าการกินอาหารไม่เหมาะสมแต่ออกกำลังกายมาก แต่คุณจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายเกือบเต็มที่ หากคุณใช้พลังงานที่ได้จากอาหารที่มีคุณภาพดี

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่หก: หากคุณไม่ออกกำลังกายอย่างหนักสม่ำเสมอ การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า
ไม่มีอะไรที่จะห่างไกลจากความเป็นจริงได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าแม้การออกกำลังกายระดับปานกลางเช่นการเดินและการทำสวนไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากมาย มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการทำสวนแม้เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่เจ็ด: การออกกำลังกายช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทุกอย่าง
แม้การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลของคุณภาพชีวิต แต่ก็ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างไม่ได้ คนที่ปัญหาสุขภาพหรือโรคจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการรักษาโรค และแม้ว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถรับประกันถึงสุขภาพ หรือรักษาโรคได้ แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยได้หลายอย่างตั้งแต่โรคข้ออักเสบ โรคหัวใจ จนถึงโรคหอบหืดและเบาหวาน

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่แปด: การยกน้ำหนักจะทำให้คุณล่ำ
ผู้หญิงหลายคนใช้ข้ออ้างนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการยกน้ำหนัก สิ่งที่พวกเธอลืมไปคือการยกน้ำหนักเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดสำหรับผู้หญิงในการลดไขมันในร่างกายและเพิ่มกล้ามเนื้อ

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่เก้า: การจะสร้างกล้ามเนื้อต้องได้รับโปรตีนปริมาณมหาศาล
ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนความเชื่อที่แพร่หลายนี้ว่านักกีฬาต้องการโปรตีนปริมาณมหาศาล ตามที่ ดร. ซูซาน เนลสัน สทีน หัวหน้าแผนกโภชนาการสำหรับการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยวอชิงตันฮัสกี้ได้กล่าวไว้ นักกีฬาที่แข็งแรงต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วเพียงเล็กน้อย และยังคงต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อเสริมสร้างไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ เธอยังชี้ให้เห็นว่าการหดตัวที่ทรงพลังของกล้ามเนื้อ (เช่นการยกน้ำหนัก) ใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต “ไม่ว่าไขมันหรือโปรตีนก็ไม่สามารถถูกสันดาปได้ไวพอต่อความต้องการของการออกกำลังกายอย่างหนัก ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสะสมไกลโคเจน” เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ คุณต้องทำตามโปรแกรมการฝึกยกน้ำหนักที่ดีและกินอาการที่สมดุลตามหลักโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สิบ: ยิ่งออกกำลังกายมากยิ่งดี
แน่นอนว่าคุณสามารถออกกำลังกายมากเกินไปได้เช่นกัน นักกีฬาระดับแถวหน้าหลายคนหลงผิดไปกับความเชื่อนี้และหลายคนได้รับผลที่ตามมาเป็นอาการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วย และภาวะซึมเศร้า สำหรับการออกกำลังกาย คุณต้องมีความสมดุลระหว่างการฝึกและการพักเพื่อให้ได้ผลสูงสุด

 

ค้นพบคุณใหม่

เทรนเนอร์ส่วนตัวทุกตัวได้รับการรับรองจาก Fitness First และมีความภาคภูมิใจในการรักษาลูกค้าทุกรายในแต่ละราย เราเข้าใจดีว่าวิธีการฝึกอบรมที่แตกต่างกันเหม อ่านต่อ

เทรนเนอร์ส่วนตัวทุกตัวได้รับการรับรองจาก Fitness First และมีความภาคภูมิใจในการรักษาลูกค้าทุกรายในแต่ละราย เราเข้าใจดีว่าวิธีการฝึกอบรมที่แตกต่างกันเหมาะกับคนอื่น
ข้อแก้ตัวเป็นสิ่งที่ผ่านมาในขณะที่ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลของเราวางแผนการออกกำลังกายที่ไม่เหมือนใครเพื่อเป้าหมายของคุณซึ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ทั้งภายในและภายนอก

ทำไมต้องฝึกส่วนตัว
เป้าหมายของพวกเรา? การบรรลุเป้าหมายของคุณ
ด้วยการฝึกอบรมส่วนบุคคลคุณจะได้รับความสนใจเป็นรายบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่จะจัดทำแผนฝึกอบรมที่ปรับแต่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คุณจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านของคุณตลอดจนผู้ที่ได้รับการรับรองและพร้อมกับเครื่องมือและความรู้ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้น ที่ฟิตเนสเฟิร์สคุณเรียนรู้จากครูฝึกที่ดีที่สุดและหลงใหลมากที่สุดในรอบ; คุณได้รับการศึกษาที่สามารถช่วยให้คุณสามารถนำวิถีชีวิตสุขภาพและพอดี

Fitness First Personal Trainers มีคุณสมบัติและมีความภาคภูมิใจในการรักษาสมาชิกทุกคนในแต่ละราย เราเข้าใจดีว่าวิธีการฝึกอบรมที่แตกต่างกันเหมาะกับผู้คนที่แตกต่างกันดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีระดับการออกกำลังกายหรือประสบการณ์ใดผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลสามารถ ปรับแต่งโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ดีที่สุดและวิธีการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายแรงบันดาลใจและ จูงใจคุณไปพร้อมกัน

เรามีวิทยากรที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆรวมถึงการลดน้ำหนักการฟื้นฟูสมรรถภาพการบาดเจ็บการฝึกกีฬาการฝึกแกนและการฝึกความแข็งแรง การทำงานร่วมกับผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีที่เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

ประโยชน์ที่ได้รับ
ผลลัพธ์ที่ได้รับเป็นแบบส่วนตัว:รับผลลัพธ์ที่คุณต้องการด้วยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีความกระตือรือร้นและมีคุณวุฒิซึ่งทำตามเป้าหมายและแรงบันดาลใจของคุณเป็นการส่วนตัว
ผู้ฝึกสอนของเราคือผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมดของโครงการ Fitness First Asia Personal Training Foundation ซึ่งความรู้ของพวกเขาได้รับการทบทวนปรับปรุงและประเมินผล
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้เลือก Personal Training by Fitness First
ได้รับผลลัพธ์ที่เร่งด่วนด้วยการฝึกอบรมส่วนบุคคล – วิทยากรที่มีคุณสมบัติและผ่านการรับรองสูง – ปรับแต่งเพื่อกำหนดเป้าหมายด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจงของคุณ – สร้างแรงบันดาลใจและสร้างแรงบันดาลใจให้คุณด้วยความสนใจในแบบของคุณ – ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่หลากหลาย – ให้ความรู้และมอบอำนาจให้คุณมีเครื่องมือเพื่อช่วยให้คุณมีวิถีชีวิตสุขภาพและพอดี
ที่ฟิตเนสเฟิร์สเราได้ครอบคลุมทุกอย่างแล้ว

การวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เทคนิค ฟิตเนส อย่างถูกวิธี

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับควา อ่านต่อ

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับความเร็วของเครื่องได้ตั้งแต่เดินไปจนถึงวิ่งอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการปรับความชันที่เลียนแบบการเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายขึ้นเขาได้ ลู่วิ่งไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมหลากหลายให้เลือกใช้ตามความชอบ แต่เพื่อความปลอดภัยควรซักซ้อมทำความเข้าใจกับการใช้เครื่องและโปรแกรมต่างๆ ก่อน ควรจะต้องรู้ตำแหน่งของปุ่มปรับความเร็ว และปุ่มหยุดเครื่องฉุกเฉิน เพราะเมื่อเริ่มออกกำลังกายไปแล้วเครื่องจะทำงานต่อเนื่องอยู่ตลอดจนครบเวลาที่ตั้งโปรแกรมไว้ ถ้าต้องการหยุดก่อนเวลาที่กำหนดควรค่อยๆ ลดความเร็ว และความชันลงจนอยู่ในระดับที่เดินได้ตามปกติแล้วจึงหยุดเครื่อง

เทคนิคการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า

สำครับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายบน ลู่วิ่งไฟฟ้า มาก่อน คุณควรค่อยๆเพิ่มการออกกำลังครั้งน้อย เริ่มต้นโดยการวอร์มอัพโดยการเดินหรือวิ่งช้า 5-10 นาที ตามด้วยการยืดยุ่นกล้ามเนื้อ ซึ่งเราสามารถเลือกกล้ามเนื้อที่เราจะทำการยืดเพื่อเตรียมตัวออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นการวิ่ง การวิ่งที่ดีจะต้องค่อยๆเพิ่มความเร็วจนเริ่มหายใจเร็วขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้ ให้คงความเร็วขนาดนั้นไว้ หากเหนื่อยมากก็สามารถลดความเร็วลง ค่อยเพิ่มเวลาจนกระทั่งสามารถวิ่งได้เป็นเวลา 30-45 นาทีโดยที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ช่วงเป้าหมาย แต่อย่าลืมก่อนสิ้นสุดการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ดี ราต้อง มีการวอร์มดาวน์ด้วยนะครับ

วิธีการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ถูกต้อง

การวางเท้าบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เมื่อเราวิ่งไปข้างหน้า เมื่อส้นเท้าลงพื้นให้งอนิ้วเท้าและลงน้ำหนักไปส่วนด้านข้างของเท้า เมื่อเท้าและลำตัวอยู่ในแนวเดียวกันให้เหยียดเข่าตรง ลงน้ำหนักเต็มเท้าจนกระทั่งเท้าพ้นพื้น ให้ข้อสะโพกเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามจังหวะการก้าวของเท้าโดยการใช้เอวช่วย และไหล่จะโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนการแกว่งแขน ให้แกว่งตามธรรมชาติหากวิ่งเร็วให้งอแขนและแกว่งให้สัมพันธ์กับเท้า

การวิ่ง ลู่วิ่งไฟฟ้า ให้ได้ผล ภายใน 30 นาที

  1. ไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย เวลาวิ่งจึงควรใช้แรงจากกล้ามเนื้อโคนขา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่แข็งแรงและมีพลังมาก
  2. ให้วิ่งยาว คือ วิ่งในระยะทางมาก ๆ จนกล้ามเนื้อปวดเมื่อย อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการออกกำลังกาย ซึ่งในกรณีที่เราใช้ไกลโคเจนหมดกล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และในครั้งใหม่นี้จะสะสมไว้มากกว่าคราวที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่าคราวหน้าเราจะวิ่งได้ไกลขึ้น (คล้ายกับการเล่นกล้ามให้กล้ามเนื้อฉีกขาดเพื่อให้ร่างกายสร้างใหม่และใหญ่กว่าเดิม)
  3. วิ่งเร็วสัปดาห์ละ 1 วัน  (วิ่งปกติสัปดาห์ละ2-3วัน) การวิ่งเร็ว จะทำให้ร่างกายทำงานหนัก ส่งผลให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันไปใช้วิธีให้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น เป็นการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแบบธรรมชาติบำบัดได้เป็นอย่างดี
  4. เวลาวิ่งให้หายใจโดยใช้กะบังลม เพราะการหายใจที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น คือการหายใจตื้นและสั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการวิ่ง ดังนั้นจึงต้องใช้กะบังลมเข้าช่วยเพื่อให้หายใจลึกและยาวขึ้น เราสามารถฝึกหายใจโดยใช้กะบังลมได้โดยการนอนหงายเอาหนังสือวางบนหน้าท้อง ถ้าหนังสือขยับขึ้นตอนสูดหายใจเข้าลดลงตอนหายใจออกถือว่าใช้ได้ และควรยืดกล้ามเนื้อ วันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง

 

a new life in australia