Menu

หมวดหมู่: การดูแลสุขภาพ

7 ประโยชน์ของการออกกำลังกายเป็นประจำ

ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้นสิ่งที่ดี แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่าดีต่อร่างกายอย่างไร? มันช่วยได้ตั้งแต่การกระตุ้นอารมณ์เพื่อปรับปรุงคุณภาพเพ อ่านต่อ

ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้นสิ่งที่ดี แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่าดีต่อร่างกายอย่างไร? มันช่วยได้ตั้งแต่การกระตุ้นอารมณ์เพื่อปรับปรุงคุณภาพเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงช่วยยกระดับชีวิตคุณได้เลยทีเดียวล่ะ หากคุณอยากรู้สึกดีขึ้น มีพลังงาน และอายุยืนยาวมากขึ้น ก็แค่เริ่มออกกำลังกายเท่านั้นเอง

การออกกำลังกายเป็นประจำและการมีกิจกรรมทางร่างกายบ่อยๆ ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยากที่จะปฏิเสธ ทุกคนล้วนได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายได้ทั้งนั้น ไม่จำกัดอายุ เพศ หรือสภาพร่างกาย แต่ถ้าคุณอยากได้แรงจูงใจมากกว่านี้ ลองมาดู 7 ประโยชน์ของการออกกำลังกายเป็นประจำ ที่จะช่วยให้คุณมีความสุขและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น

 

 

1. ออกกำลังกายช่วยควบคุมน้ำหนักตัว
การออกกำลังกายช่วยควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนขึ้นและรักษาระดับของน้ำหนักไว้ไม่ให้สูญเสียไป เมื่อคุณเริ่มออกกำลังกาย ร่างกายก็เกิดการเผาผลาญแคลอรี่ ยิ่งออกกำลังกายหนักก็ยิ่งเผาผลาญได้มากขึ้น

การไปออกกำลังกายในยิมเป็นประจำนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ต้องกังวลหากไม่สามารถหาเวลาไปได้ทุกวัน เพียงหมั่นเก็บเกี่ยวเวลาไว้ทีละนิด เช่น ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟท์ หรือจะเลือกออกกำลังกายในบ้านแทนก็ได้ เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับตารางชีวิตก็ใช้ได้แล้ว

2. การออกกำลังกายช่วยต้านทานปัญหาสุขภาพและโรคภัยต่างๆ
กังวลกับโรคหัวใจอยู่หรือเปล่า? หรืออยากป้องกันโรคความดันโลหิตสูง? ไม่มีปัญหา ไม่ว่าคุณจะมีน้ำหนักตัวมากแค่ไหน แค่กระตือรือร้นเข้าไว้ก็จะช่วยกระตุ้น Lipoprotein (HDL) ที่มีความเข้มข้นสูงได้แล้ว ซึ่ง HDL นี้เป็นไขมันที่ดีช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ได้ อีกทั้งการออกกำลังกายบ่อยๆ ยังช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้อย่างราบรื่น ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพได้ในวงกว้าง รวมไปถึงโรคหลอดเลือดสมอง โรคที่เกี่ยวกับการเผาผลาญอาหาร โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคซึมเศร้า โรคมะเร็ง และโรคไขข้ออักเสบได้

3. การออกกำลังกายช่วยทำให้อารมณ์ดี
หากอยากให้อารมณ์ดีขึ้นหรือต้องการปัดเป่าความเครียดระหว่างวันออกไป ลองไปออกกำลังกายในยิมหรือเดินเล่นสัก 30 นาทีมันช่วยได้นะ กิจกรรมทางร่างกายจะช่วยกระตุ้นสารเคมีในสมอง ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้นและผ่อนคลายมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้คุณยังรู้สึกดีขึ้นกับรูปลักษณ์และตัวคุณเองเมื่อได้ออกกำลังกายเป็นประจำ เพิ่มความมั่นใจและความนับถือตัวเองของคุณให้มากขึ้นตามไปด้วย

4. การออกกำลังกายช่วยเพิ่มพลังงาน
รู้สึกปวดเมื่อยกับการเดินซื้อของใช้หรือทำงานบ้านหรือเปล่า? การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระตุ้นความทนทานให้มากขึ้นได้

การออกกำลังกายช่วยส่งออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปยังเนื้อเยื่อและช่วยให้ระบบสูบฉีดเลือดจากหัวใจและของหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อหัวใจและปอดทำงานได้ดี คุณก็จะรู้สึกมีพลังงานมากขึ้น รับมือกับภารกิจประจำวันได้ดีขึ้นไปด้วย

5. การออกกำลังกายช่วยให้หลับได้ดีขึ้น
ตอนเช้าคุณตื่นมากดเลื่อนปลุกบ่อยๆ หรือเปล่า? การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายและหลับสนิทขึ้นด้วยนะ แค่อย่าออกกำลังกายในช่วงที่ใกล้เวลานอนมากเกินไปเท่านั้น ร่างกายจะได้ไม่ตื่นตัวมากเกินไปเมื่อถึงเวลาเข้านอน

6. การออกกำลังกายช่วยจุดประกายกิจกรรมบนเตียงให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
คุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปกับเรื่องบนเตียงหรือรูปร่างอ้วนเผละจนไม่อยากมีกิจกรรมทางเพศหรือเปล่า? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มทั้งพลังงานและช่วยปรับรูปร่างคุณให้ดีขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าช่วยกระตุ้นกิจกรรมบนเตียงให้กลับมาร้อนแรงได้อีกครั้ง

แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยยกระดับความตื่นตัวทางเพศในผู้หญิง และในเพศชายที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็ยังมีปัญหาการหลั่ง น้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายด้วยล่ะ

7. การออกกำลังกายนั้นสนุกและช่วยให้มีสังคมที่กว้างขึ้น
การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ นั้นทำให้คุณมีความสุข เพิ่มโอกาสในการผ่อนคลาย ได้สนุกไปกับกิจกรรมกลางแจ้งหรือกิจกรรมต่างๆ ทั้งยังช่วยให้คุณได้มีกิจกรรมร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเข้าคลาสเรียนเต้นรำหรือเดินป่า หรือกระทั่งเข้าทีมฟุตบอลก็ตาม ให้เลือกกิจกรรมที่คุณชอบ แล้วก็เข้าร่วมบ่อยๆ ถ้าเบื่อ ก็ลองสิ่งใหม่ๆ หรือเลือกทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ คุณดูก็ได้

สรุปคำแนะนำสำหรับการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่างๆ นั้นเป็นหนทางที่ดีมากในการรักษาสุขภาพ ที่ทำให้รู้สึกดีและสนุกไปพร้อมกัน ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายอย่างน้อยให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ในแบบปานกลาง หรือ 75 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับการออกกำลังกายแบบหนัก

พยายามเพิ่มการออกกำลังกายแบบแอโรบิคแบบหนักและแบบปานกลาง อย่างเช่น การวิ่ง การเดิน หรือการว่ายน้ำ และเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้ออีกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งด้วยการฝึกแบบฟรีเวท หรือจะฝึกกับเครื่องออกกำลังกายต่างๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อไปด้วย

จัดตารางโปรแกรมการออกกำลังกายต่างๆ ไว้ทั้งสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการลดน้ำหนักหรือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการออกกำลังที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าคนทั่วไป

อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณเป็นมือใหม่ หรือไม่เคยออกกำลังกายมานานแล้ว รวมไปถึงคนที่กำลังมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ไขข้ออักเสบ หรือมีปัญหาที่คุณกังวลใจอื่นๆ แล้วปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของตัวคุณเอง

6 ประโยชน์ของการวิ่ง

ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการวิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและปรับรูปร่างได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วการวิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทุกส่วน รวมไ อ่านต่อ

ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการวิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและปรับรูปร่างได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วการวิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทุกส่วน รวมไปถึงยกระดับอารมณ์ของคุณขึ้นมาได้ด้วย การวิ่งนั้นช่วยให้คุณสุขภาพดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ และแม้ว่าการออกกำลังกายอาจไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะชื่นชอบ แต่ลองมาดูกันก่อนว่าการวิ่งมีประโยชน์มากมายขนาดไหน บางทีคุณอาจมองการวิ่งด้วยมุมมองใหม่ๆ แล้วอยากลองวิ่งดูสักทีก็ได้นะ

 

 

1. ปรับปรุงสุขภาพของคุณ
เชื่อหรือไม่ว่าการวิ่งนั้นเป็นวิธีสุดยอดของการยกระดับสุขภาพทั้งเรือนร่าง จากการวิจัยพบว่าการวิ่งจะช่วยเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ดี ในขณะที่ช่วยยกระดับการทำงานของปอดและช่วยให้ใช้งานปอดได้ดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มระดับของภูมิคุ้มกัน และยังลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดได้ด้วย

2. ป้องกันโรค
สำหรับผู้หญิง การวิ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม และยังลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์หลายคนแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะแรกให้ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง รวมไปถึงยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคความดันโรคหิตสูง โรคกระดูกพรุน และยังช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ โดยการวิ่งจะช่วยให้หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นขึ้น เสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจ ลดโอกาสที่จะมีอาการหัวใจวายได้อย่างมาก

3. ช่วยลดน้ำหนัก
การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักหรือรักษาน้ำหนักไว้ให้คงที่ ซึ่งการวิ่งนี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอันดับสอง เมื่อเทียบกันเป็นพลังงานต่อนาที ซึ่งเป็นรองแค่การเล่นสกีเท่านั้น

4. เพิ่มความมั่นใจของคุณ
การวิ่งไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นความมั่นใจและความนับถือตัวเองขึ้นมาได้ด้วย ด้วยการตั้งเป้าหมายอย่างมีวินัยและมุ่งมั่นในการวิ่งจะช่วยให้คุณได้รู้สึกมีอำนาจในตนเอง ทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้นตามไปด้วย

5. บรรเทาความเครียด
ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาสุขภาพและปัญหาทางด้านอารมณ์ นอกจากนี้ยังลดความอยากอาหารและคุณภาพการนอนหลับก็ลดลงไปด้วย เมื่อคุณวิ่งจะมีการบังคับให้ร่างกายใช้พลังงานและฮอร์โมนส่วนเกิน จึงช่วยลดอาการปวดหัวจากความตึงเครียดได้

6. ขจัดภาวะซึมเศร้า
เมื่อคุณรู้สึกหดหู่ สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการทำก็คือลุกขึ้นมาแล้วออกไปวิ่ง แต่คุณจะพบว่าหลังจากใช้เวลาวิ่งเพียงไม่กี่นาที สมองก็จะปลอดปล่อยฮอร์โมนซึ่งช่วยยกระดับอารมณ์ของคุณขึ้น *แต่อย่างไรก็ดียังมีวิธีอื่นๆ ที่รักษาอาการซึมเศร้าได้ดีและเร็วกว่าการออกกำลังกายเช่นการวิ่งนี้

จะเห็นได้ว่าการวิ่งช่วยซ่อมแซมสุขภาพได้หลายอย่างด้วยกัน แต่ความจริงนี่เป็นเพียงประโยชน์ส่วนน้อยเท่านั้น การวิ่งมีประโยชน์ต่อทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ แค่การวิ่งระยะสั้นๆ ก็ทำให้รู้สึกระปรี้กระเปร่าขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และมีความสุขในชีวิตมากขึ้นไปด้วย

ที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

ประเภทของการออกกำลังกาย

เชื่อว่าทุกวันนี้ ทุกคนทราบถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายมีประโยชน์มากมาย แต่เรารู้ไหมว่า ที่เราออกกำลังกายอยู่ทุกวันนี้ ร่างกายเราได อ่านต่อ

เชื่อว่าทุกวันนี้ ทุกคนทราบถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายมีประโยชน์มากมาย แต่เรารู้ไหมว่า ที่เราออกกำลังกายอยู่ทุกวันนี้ ร่างกายเราได้ประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วรึยัง?

จริงๆแล้วการออกกำลังกายแบ่งออกแบบง่ายๆ เป็น 3 ประเภท คือ การออกกำลังกายที่เน้นพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และปอด ,การออกกำลังกายที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายที่เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เดี๋ยวเรามาลองดูตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพกันได้มากยิ่งขึ้น

1.การออกกำลังกายที่เน้นพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และปอด (Cardiovascular Respiratory Exercise) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า คาร์ดิโอ เบิร์น เป็นต้น ยกตัวอย่างกิจกรรมง่ายๆ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค ฯลฯ โดยส่วนสำคัญคือจะช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ ปอด มีสมรรถภาพที่ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่า หลายๆคนทำกิจกรรมแบบนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือให้ออกกำลังกายรูปแบบนี้อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ (ทำถึงกันไหมครับ?)

2.การออกกำลังกายที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ (Resistance Exercise) พอพูดถึงแบบนี้ทุกคนก็จะนึกถึง การยกน้ำหนักหรือเล่นเวท แน่นอน แต่จริงๆแล้วการออกกำลังกายแบบแรงต้านมีหลากหลายรูปแบบ โดยอาจจะใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน (วิดพื้น ซิตอัพ) ใช้แรงต้านจากยางยืด ใช้แรงต้านกับอุปกรณ์ภายในบ้านต่างๆ (กระเป๋า ขวดน้ำ หนังสือ) ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่บริหารมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สัดส่วนต่างๆมีความกระชับมากยิ่งขึ้น และสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก อาจจะมองว่าการออกกำลังกายแบบนี้ไม่จำเป็น แต่จริงๆ มีส่วนสำคัญอย่างมากเลยครับ เพราะจะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญขั้นต่ำให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยแนะนำบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย (สำหรับผู้หญิงไม่ต้องกลัวกล้ามใหญ่นะครับ เพราะผู้หญิงมีฮอร์โมนในร่างกายที่แตกต่างกับผู้ชาย เพราะฉะนั้นกล้ามไม่ใหญ่เหมือนผู้ชายแน่นอนครับ)

3.การออกกำลังกายที่เน้นเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ (Flexibility Exercise) หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า ยืดเหยียด อ่อนตัว ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรม เช่น โยคะ พิลาทิส ไทชิ ชี่กง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น หลายๆ คนอาจจะงงว่า กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมีประโยชน์อย่างไร ลองนึกง่ายๆ ว่า ถ้ากล้ามเนื้อเราเหมือนหนังสติ๊ก เวลาเราเก็บหนังสติ๊กไว้นานๆ แล้วพอมาดึง จะเป็นยังไงครับ ก็จะขาดใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราใช้อยู่เป็นประจำ กว่าจะขาดก็ต้องใช้เวลาใช่ไหมครับ ก็เปรียบเหมือนกล้ามเนื้อเรา ถ้าไม่เคยยืดเหยียดเลย พอเราก้มไปยกของหนักๆก็จะปวดหลังทันที แต่ถ้ากล้ามเนื้อเรามีความยืดหยุ่นก็จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ โดยสามารถทำได้เป็นประจำ อย่างน้อยทุกครั้งหลังออกกำลังกายก็จะดีครับ

เห็นไหมครับว่า การออกกำลังกายแต่ละแบบก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกัน ใครที่พึ่งเริ่มออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายมานานแล้ว ลองเช็ครูปแบบการออกกำลังกายของตัวเราเองดูครับ ว่า เราออกกำลังกายครบทุกแบบรึยัง?