Menu

ผู้เขียน: I Am Coconut

มือใหม่หัดเข้า ฟิตเนส

ทุกคนอยากให้ตัวเองดูดี และยิ่งใครที่มีหุ่นนักกีฬา กล้ามแขนเป็นมัด เวลาสาวควงแล้วรู้สึกอบอุ่นมั่นคง ยิ่งมีเสน่ห์เป็นที่ต้องตา โดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วยอะไ อ่านต่อ

ทุกคนอยากให้ตัวเองดูดี และยิ่งใครที่มีหุ่นนักกีฬา กล้ามแขนเป็นมัด เวลาสาวควงแล้วรู้สึกอบอุ่นมั่นคง ยิ่งมีเสน่ห์เป็นที่ต้องตา โดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วยอะไรเลย แต่อย่าคิดว่ามันง่ายเหมือนปลอกกล้วยนะ เพราะหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ก็เล่นมานานแล้วและในที่สุดก็ท้อ ดังนั้นเราลองมาดูกันดีกว่าปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการสร้างมัดกล้ามที่ใฝ่ฝันได้

ฟิตเนส

ปัจจัยที่ 1 : ความตั้งใจจริง
เป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ของการออกกำลังกายเลย มือใหม่หัดเล่นต้องวาดฝันถึงมัดกล้ามงามๆที่เราต้องการอาจจะเป็นอย่าง นิกกี้ พิมพ์ ติ๊กเจษ อั้มอภิชาติ หรือ เรน ก็ว่ากันไป แล้วพยายามตั้งใจให้ได้จริงๆ หรือว่าจะมองคนกล้ามสวยๆ ในฟิตเนสแล้วบอกกับตัวเองซักวันเราจะเป็นอย่างงั้นบ้าง แล้วกำลังใจก็จะมา นอกจากนี้ต้องมีความอดทนด้วย
ปัจจัยที่ 2 : ศึกษาวิธีการฝึกอย่างถูกต้อง
เมื่อเรามีความตั้งใจแล้ว สิ่งต่อไปก็คือเราควรศึกษาข้อมูลบ้างก่อนไปเล่น การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งเป็นคำพูดที่สามารถนำมาใช้ได้ดีครับสำหรับการเล่นกล้าม มือใหม่หัดเล่นต้องมีการศึกษาก่อนที่จะเล่นอย่างจริงจัง ท่าทางที่ถูกต้อง วิธิการเล่นอุปกรณ์และฟรีเวทต์ต่างๆ หรือว่าอาจถามเทรนเนอร์

ฟิตเนส

ปัจจัยที่ 3 : อาหารการกิน
You are what you eat เป็นคำพูดที่ใช้ได้กับทุกวัย มือใหม่ทั้งหลายจะต้องทานอาหารให้ครบทุก 5 หมู่โดยเฉพาะโปรตีนต้องทานเพิ่มเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยเพราะ เมื่อเราเล่นกล้ามอย่างหนัก เซลล์กล้ามเนื้อจะฉีกขาด โปรตีนก็จะทำหน้าที่ของมัน ทำให้กล้ามเนื้อเราใหญ่ขึ้นนั่นเอง

ปัจจัยที่ 4 : นอนหลับ
ช่วงเวลานอนหลับเป็นช่วงที่ Growth Hormone หลั่งออกมาเพื่อซ่อมแซม เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ดังนั้นหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ Growth Hormone ก็จะทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลให้แม้ออกกำลังกายแทบเป็นแทบตายกล้ามเนื้อก็ไม่โต ดังนั้นเราควรจะนอนอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง และควรเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม หรืออย่างช้าก็ไม่เกินเที่ยงคืน

เคล็ดลับเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผล

คุณเคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า ช่วงแรกๆ ที่ลองเข้าไปใช้บริการฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสแบรนด์ดังหรือฟิตเนสทั่วไป ในตอนแรกเรามักจะกระตือรือร้น อ่านต่อ

คุณเคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า ช่วงแรกๆ ที่ลองเข้าไปใช้บริการฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสแบรนด์ดังหรือฟิตเนสทั่วไป ในตอนแรกเรามักจะกระตือรือร้น ขยันออกกำลังกายและฟิตเล่นเครื่องออกกำลังกายแทบทุกเครื่อง เข้าคลาสแทบทุกคลาสที่มีให้บริการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความกระตือรือร้นนั้นก็ค่อยๆ หายไปทีละน้อย จนในที่สุดคุณก็อาจจะไม่ได้ไปใช้บริการอีกจนเสียสิทธิ์สมาชิกไปฟรีๆ หรือนานๆ ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสทีจนร่างกายไม่ได้แข็งแรงขึ้นหรือน้ำหนักไม่ได้ลดลงตามที่ตั้งเป้าไว้

นั่นก็เพราะว่าการเล่นฟิตเนสแบบไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนหรือการวางแผนที่เหมาะสมนั้น ย่อมทำให้คุณขาดแรงจูงใจและทิศทางที่แน่นอนจนเบื่อการออกกำลังกายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นในวันนี้ ใครที่อยากรู้เคล็ดลับว่าจะเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผลดีตามเป้า มีขั้นตอนวางแผนและการปฏิบัติตัวอย่างไรให้เราไปถึงจุดหมายที่เราตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อ การลดน้ำหนัก หรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ลองมาดู เคล็ดลับที่เรานำมาฝากกันดีกว่า

ฟิตเนส

1.เลือกเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของฟิตเนสก็คือมีเครื่องออกกำลังกายหลากหลายแบบไว้รอให้คุณไปใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นลู่วิ่ง สเตปเปอร์ หรือเครื่องยกน้ำหนักต่างๆ ซึ่งเครื่องเล่นแต่ละอย่างก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ใครที่เน้นเบิร์นไขมันและต้องการลดน้ำหนัก ควรเลือกเล่นเครื่องเล่นที่เป็นคาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่งหรือปั่นจักรยาน จากนั้นจึงผสมด้วยการยกน้ำหนักบ้างเพื่อให้ร่างกายกระชับ แต่คนที่เน้นปั้นกล้ามอาจโฟกัสไปที่เครื่องยกน้ำหนักมากกว่า

2.เลือกเข้าคลาสออกกำลังกายได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด
หลายๆ คนที่เล่นฟิตเนสนั้นแทบจะไม่เคยเข้าคลาสออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ ที่ทางฟิตเนสเปิดให้บริการ ถึงตอนนี้เราอยากให้คุณลองเปลี่ยนใจแล้วเลือกคลาสที่ชอบสักคลาสดูสิคะ เพราะการเข้าคลาสไปออกกำลังกายร่วมกับคนอื่นๆ มีครูผู้ฝึกที่คอยช่วยกระตุ้นและแก้ไขท่าเวลาเราทำผิด รวมถึงเสียงเพลงประกอบที่เร้าใจ จะทำให้การออกกำลังกายสนุก ไม่น่าเบื่อ แถมยังได้สังคมใหม่ๆ อีกด้วย ใครที่อยากออกกำลังลดน้ำหนักแบบมันส์ๆ ก็ลองเลือกเข้าคลาสเต้นแอโรบิคหรือคลาสแดนซ์แบบต่างๆ ส่วนใครที่โฟกัสไปที่การกระชับหุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลาสโยคะและพีลาทิสก็ตอบโจทย์ ลองเลือกคลาสที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณดูนะคะ

3.ปรับพฤติกรรม เอาใจใส่สุขภาพ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
นอกจากการตั้งเป้าว่าเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผลแล้ว การปรับพฤติกรรมของคุณควบคู่กันไปด้วยก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เราก้าวไปใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว (หากใครออกกำลังกายหนักให้ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม) รวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกทานโปรตีน เพราะเป็นสารอาหารที่สำคัญมากในการสร้างกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับทั่วร่าง

ฟิตเนส

ข้อเสียของการเล่นเวท หากคุณทำมันแค่ตามแฟชั่น

ข้อเสียของการเล่นเวท หากคุณทำมันแค่ตามแฟชั่น การเล่นเวทนี่ถือเป็นอะไรที่แพร่หลายมากๆ สังเกตุได้จากยิมที่เปิดเยอะขึ้นเรื่อยๆ สังเกตุจากพฤติกรรมของหลายๆ อ่านต่อ

ข้อเสียของการเล่นเวท หากคุณทำมันแค่ตามแฟชั่น

การเล่นเวทนี่ถือเป็นอะไรที่แพร่หลายมากๆ สังเกตุได้จากยิมที่เปิดเยอะขึ้นเรื่อยๆ สังเกตุจากพฤติกรรมของหลายๆคน เมื่อก่อนใครที่ไปเข้ายิมเล่นเวทมักจะถูกมองเป็นชนกลุ่มน้อย กีฬาที่ใช้แต่แรงไม่ใช้สมองบ้างหละ เล่นแล้วเป็นเกย์บ้างหละ บ้าพลังบ้างหละ
แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป เทรนสุขภาพกำลังมา มักจะมีบทสนทนาแบบนี้มากขึ้น เช่น “เฮ้ยวันนี้เล่นอะไร”, “เฮ้ยเล่นเวทที่ไหนหวะ”, “กินคลีนไหม” ถือเป็นกระแสเลยทีเดียวในยุคนี้ แต่ในกระแสที่กำลังมาแรงในตอนนี้มันก็จะมีทั้งที่ดีและที่ไม่ดีตามมาด้วย ที่ดีๆไปเลยก็คือเล่นกันอย่างจริงจังศึกษาละเอียด แต่ที่ไม่ดีก็มีบางส่วนที่การเข้ายิมเล่นเวทเหมือนจะกลายเป็นแฟชั่นไป โดยในส่วนนี้แหละถือว่าอันตรายมากๆ หลายคนเลยไม่ได้ศึกษาความรู้ที่ถูกต้อง บางคนก็ทำตามๆกันในยิม บางคนก็คิดเองเออเอง ซึ่งส่งผลให้เกิดผลเสียขึ้นได้หลายข้อมากมาย เช่น

ฟิตเนส

1. ทำให้บาดเจ็บ: การเล่นเวทแน่นอนว่าจะต้องฝึกโดยใช้น้ำหนักเยอะในระดับหนึ่ง ความเข้มข้นระดับหนึ่ง ซึ่งจะมากกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อไหร่ที่คุณฝึกคุณเคลื่อนที่ผิดจังหวะนั้นก็สามารถทำให้คุณบาดเจ็บได้ ที่เจอบ่อยๆก็จะเป็นในเรื่องของเส้นเอ็นและข้อต่อ และอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเรื้อรัง ร้ายแรงสุดก็เป็นอัมพาตได้เลยทีเดียว ทางที่ดีควรศึกษาให้ละเอียดว่าแต่ละท่าฝึกอย่างไรขึ้นลงแค่ไหน จับแบบไหน ฝึกให้ถูกต้องตามจุดประสงค์ที่ต้องการ
2. ทำให้รูปร่างไม่สมส่วน: แน่นอนว่าแต่ละคนจะต้องมีหุ่นในฝันที่ตัวเองต้องการ แต่หากไม่ได้ศึกษาและวางแผนโปรแกรมอย่างดีพอก็จะทำให้รูปร่างไม่สมส่วนได้ หรือแม้แต่กาีมีค่านิยมแปลกๆ หรือมีอีโก้ก็ทำให้รูปร่างไม่สมส่วนได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นบางคนฝึกแต่แขนแต่ฝึกไหล่น้อยจนดูเป็นคนไหล่ตก บางคนไม่ฝึกขาจนดูขาเล็กมากไป บางคนไม่ฝึกหลังจนทำให้ตัวแบนไม่มีความหนา เป็นต้น
3. ทำให้สุขภาพร่างกายแย่: ข้อนี้มักจะเกี่ยวกับความสมดุลของการฝึก อาหาร และการพักผ่อน เช่นบางคนฝึกหนักมากแต่ทานน้อยร่างกายก็จะโทรม บางคนโหมคาร์ดิโอหนักทั้งๆที่ทานคาร์บไม่เพียงพอ บางคนนอนน้อยจนร่างกายรักษาตัวเองไม่ทัน และอื่นๆอีกเยอะที่มันไม่สมดุลกันจนสุขภาพแทนที่จะดีกลับแย่ลงได้ ที่ต้องทำคือรักษาสมดุลตรงนี้ให้ได้หากจะฝึกหนักก็ต้องกินพอและนอนพอด้วยเช่นกัน หรือบางคนฝึกนิดหน่อยแต่กินเหมือนพายุแบบนี้ก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน ไขมันเยอะไปสุขภาพก็แย่ตามมา
4. ทำให้การเข้าสังคมเปลี่ยนไป: ยกตัวอย่างเช่นการกินคลีนแบบสุดโต่งจนมีปัญหาในชีวิตการทำงาน ข้อนี้ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับคนที่เล่นเวทตามแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นได้กับในระดับนักกีฬาเช่นกัน เมื่อพฤติกรรมการกินต่างออกไปจากเพื่อนๆในที่ทำงานแน่นอนคุณก็จะเข้าสังคมกับเขาลำบากขึ้น กินโน้นกินนี่ไม่ได้ตามเขา คนที่ทำงานไปกินอะไรกันก็ไปกินกับเขาไม่ได้ หรือบางทีเพื่อนที่ทำงานชวนเที่ยวชวนออกสังคอมแต่ก็ไปไม่ได้เพราะต้องเล่นเวท ข้อนี้วิธีแก้คือต้องปรับตัวให้ได้เท่านั้น อาจจะทำความเข้าใจกับเพื่อน หาเวลาคุยให้มากขึ้น หาเวลาเข้าสังคมมาทดแทนส่วนที่ขาดไป
5. ทำให้สุขภาพจิตเสีย: ข้อนี้จะเกิดขึ้นได้กับคนที่เล่นเวทอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่มีพัฒนาการเนื่องจากอาจจะทำแบบผิดๆอยู่ หรือไม่จริงจัง เช่นไปฟิตเนสเพื่อถ่ายรูป ไปฟิตเนสแล้วคุยเยอะกว่าเล่น จนผลที่ออกมามันไม่เป็นไปตามที่หวัง บางคนจะลดน้ำหนักแต่มันไม่ลง บางคนอยากตัวใหญ่แต่ก็ไม่หนาขึ้นสักที เมื่อถึงจุดหนึ่งก็อาจจะทำให้ท้อได้ ยิ่งถ้ามีใครถามถึงผลจากการเล่นบ่อยๆก็อาจจะยิ่งเครียดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การโหมฝึกมากไป การอดอาหารแบบผิดๆก็ทำให้สุขภาพจิตเสียได้เช่นกัน ทางที่ดีควรศึกษาให้มากขึ้นและจริงจังกับมัน วางแผนให้ดีไม่สุดโต่งไป หมั่นวัดผลตัวเองอยู่เป็นประจำเท่านี้คุณก็จะมีพัฒนาการที่ดีไปพร้อมกับสุขภาพจิตที่ดีได้
6. ทำให้บุคลิคเสีย: ข้อนี้จะใกล้เคียงกับเรื่องรูปร่างไม่สมส่วน เพราะเกิดจากสาเหตุเดียวกันคือวางแผนโปรแกรมไม่ดีพอ ยกตัวอย่างเช่นการให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อหลังน้อยไป เมื่ออก ไหล่ แขน ข้างหน้าแข็งแรงหมดแต่ข้างหลังอ่อนแอกว่ามากไม่สมดุลกันกล้ามเนื้อด้านหน้าหากมันเกร็งตัวมากๆก็จะดึงหลังดึงไหล่ไปข้างหน้าได้ ทำให้หลังค่อมได้ หรือร้ายแรงมากก็บาดเจ็บได้เช่นกันเพราะเมื่อหัวไหล่โดนดึงไปข้างหน้าแล้วก็อาจเป็นสาเหตุให้เอ็นหัวไหล่โดนเบียดระหว่างเคลื่อนไหวจนบาดเจ็บได้ ยกตัวอย่างอีกข้อเช่นการจัดโปรแกรมไม่ดีจนกล้ามเนื้อซ้าย-ขวาไม่สมดุลกัน เมื่อนานๆไปก็อาจะเป็นสาเหตุให้ไหล่ตกได้ กระดูกสันหลังคดได้ เป็นต้น
7. ทำให้เปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ: ข้อนี้มักจะเกิดขึ้นกับมือใหม่ที่ใจร้อนมากเกินไป หวังพึ่งแต่อาหารเสริมเต็มที่จนไม่คิดเลยว่าองค์ประกอบในการสร้างกล้ามเนื้อหรือแม้แต่การลดไขมันอีกข้อหนึ่งก็คือ “เวลา” คุณต้องให้เวลากับมัน ฝึกมัน ดูแลมัน ไม่ใช่แค่หลักเดือน แต่เป็นปีๆ ดังนั้นการโหมซื้ออาหารเสริมมาใช้มากไปโดยใช่เหตุก็อาจจะทำให้สิ้นเปลืองได้