Menu

ผู้เขียน: I Am Coconut

Gymaholic แอพฯออกกำลังกาย iOS

Gymaholic เป็นแอปฟรีที่ดูใช้งานง่าย มีการจัดเซ็ตท่าทางการยกเวทสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่แนะนำมาให้ ซึ่งใน Apple Watch จะมีคำอธิบายท่าทางให้ แต่ไม่มีภาพเคลื อ่านต่อ

Gymaholic เป็นแอปฟรีที่ดูใช้งานง่าย มีการจัดเซ็ตท่าทางการยกเวทสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่แนะนำมาให้ ซึ่งใน Apple Watch จะมีคำอธิบายท่าทางให้ แต่ไม่มีภาพเคลื่อนไหวประกอบ ภาพเคลื่อนไหวจะอยู่ใน iPhone เท่านั้น สามารถเปิดดูได้โดยใช้ AR ที่สามารถใช้กล้อง iPhone ของเราเปิดดูการสาธิตท่าทางการยกเวทให้ดูแบบเสมือนจริง

 

 

ระหว่างการยกเวท Apple Watch จะทำหน้าที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจและเวลาที่ใช้ในการแต่ละเซ็ต เมื่อออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีสรุปผลออกกำลังกายและแสดงจำนวนแคลอรี่

ในเซ็ตการสร้างกล้ามเนื้อของ Gymaholic สามารถกำหนดได้ว่า เราจะทำกี่เซ็ต เซ็ตละกี่ครั้ง และเลือกรูปแบบการการทำซ้ำในแต่ละเซ็ตได้ เช่น ในการออกกำลังกายทั้งหมดมี 6 ท่า ท่าละ 3 เซ็ต เราอาจจะเลือกรูปแบบเล่นเซ็ตละ 1 ท่า จนครบ 6 ค่า แล้วก็เล่นวนซ้ำไปเรื่อยๆ จนครบ 3 เซ็ต และในแต่ละเซ็ต สามารถกำหนดน้ำหนักของลูกน้ำหนักเพิ่มเข้าไปได้อีกด้วย (เพิ่มแบบ Pyramid) ถือว่ามีฟีเจอร์ที่ยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งได้ตามการเล่นของผู้ที่ยกน้ำหนักหรือเล่นกล้ามได้

จุดเด่นของ Gymaholic คือมีภาพประกอบรูปร่างและกล้ามเนื้อที่จำลองเป็นหุ่นของเราให้ดู เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการสร้างกล้ามเนื้อในแต่ละวัน ถือว่าเป็นการให้แรงบันดาลใจต่อผู้เล่นได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่ต้องการท่าเล่นหรือคอร์สอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถซื้อคอร์สภายในแอปได้

gclub support

การวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เทคนิค ฟิตเนส อย่างถูกวิธี

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับควา อ่านต่อ

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย ฟิตเนส ที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถปรับความเร็วของเครื่องได้ตั้งแต่เดินไปจนถึงวิ่งอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการปรับความชันที่เลียนแบบการเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายขึ้นเขาได้ ลู่วิ่งไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมหลากหลายให้เลือกใช้ตามความชอบ แต่เพื่อความปลอดภัยควรซักซ้อมทำความเข้าใจกับการใช้เครื่องและโปรแกรมต่างๆ ก่อน ควรจะต้องรู้ตำแหน่งของปุ่มปรับความเร็ว และปุ่มหยุดเครื่องฉุกเฉิน เพราะเมื่อเริ่มออกกำลังกายไปแล้วเครื่องจะทำงานต่อเนื่องอยู่ตลอดจนครบเวลาที่ตั้งโปรแกรมไว้ ถ้าต้องการหยุดก่อนเวลาที่กำหนดควรค่อยๆ ลดความเร็ว และความชันลงจนอยู่ในระดับที่เดินได้ตามปกติแล้วจึงหยุดเครื่อง

เทคนิคการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า

สำครับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายบน ลู่วิ่งไฟฟ้า มาก่อน คุณควรค่อยๆเพิ่มการออกกำลังครั้งน้อย เริ่มต้นโดยการวอร์มอัพโดยการเดินหรือวิ่งช้า 5-10 นาที ตามด้วยการยืดยุ่นกล้ามเนื้อ ซึ่งเราสามารถเลือกกล้ามเนื้อที่เราจะทำการยืดเพื่อเตรียมตัวออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นการวิ่ง การวิ่งที่ดีจะต้องค่อยๆเพิ่มความเร็วจนเริ่มหายใจเร็วขึ้นแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้ ให้คงความเร็วขนาดนั้นไว้ หากเหนื่อยมากก็สามารถลดความเร็วลง ค่อยเพิ่มเวลาจนกระทั่งสามารถวิ่งได้เป็นเวลา 30-45 นาทีโดยที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ช่วงเป้าหมาย แต่อย่าลืมก่อนสิ้นสุดการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ดี ราต้อง มีการวอร์มดาวน์ด้วยนะครับ

วิธีการวิ่งบน ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ถูกต้อง

การวางเท้าบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เมื่อเราวิ่งไปข้างหน้า เมื่อส้นเท้าลงพื้นให้งอนิ้วเท้าและลงน้ำหนักไปส่วนด้านข้างของเท้า เมื่อเท้าและลำตัวอยู่ในแนวเดียวกันให้เหยียดเข่าตรง ลงน้ำหนักเต็มเท้าจนกระทั่งเท้าพ้นพื้น ให้ข้อสะโพกเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามจังหวะการก้าวของเท้าโดยการใช้เอวช่วย และไหล่จะโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนการแกว่งแขน ให้แกว่งตามธรรมชาติหากวิ่งเร็วให้งอแขนและแกว่งให้สัมพันธ์กับเท้า

การวิ่ง ลู่วิ่งไฟฟ้า ให้ได้ผล ภายใน 30 นาที

  1. ไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย เวลาวิ่งจึงควรใช้แรงจากกล้ามเนื้อโคนขา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่แข็งแรงและมีพลังมาก
  2. ให้วิ่งยาว คือ วิ่งในระยะทางมาก ๆ จนกล้ามเนื้อปวดเมื่อย อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการออกกำลังกาย ซึ่งในกรณีที่เราใช้ไกลโคเจนหมดกล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และในครั้งใหม่นี้จะสะสมไว้มากกว่าคราวที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่าคราวหน้าเราจะวิ่งได้ไกลขึ้น (คล้ายกับการเล่นกล้ามให้กล้ามเนื้อฉีกขาดเพื่อให้ร่างกายสร้างใหม่และใหญ่กว่าเดิม)
  3. วิ่งเร็วสัปดาห์ละ 1 วัน  (วิ่งปกติสัปดาห์ละ2-3วัน) การวิ่งเร็ว จะทำให้ร่างกายทำงานหนัก ส่งผลให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันไปใช้วิธีให้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น เป็นการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแบบธรรมชาติบำบัดได้เป็นอย่างดี
  4. เวลาวิ่งให้หายใจโดยใช้กะบังลม เพราะการหายใจที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น คือการหายใจตื้นและสั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการวิ่ง ดังนั้นจึงต้องใช้กะบังลมเข้าช่วยเพื่อให้หายใจลึกและยาวขึ้น เราสามารถฝึกหายใจโดยใช้กะบังลมได้โดยการนอนหงายเอาหนังสือวางบนหน้าท้อง ถ้าหนังสือขยับขึ้นตอนสูดหายใจเข้าลดลงตอนหายใจออกถือว่าใช้ได้ และควรยืดกล้ามเนื้อ วันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง

 

a new life in australia

ยืดท่าไหนดี กล้ามเนื้อขาตึง สาเหตุใหญ่ของการปวดเข่า

กล้ามเนื้อต้นขาตึง ยืดท่าไหนดี มักเกิดจากการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อต้นขามากเกินไป เช่น วิ่งจนขาตึง หรือ Squat จนกล้ามเนื้อต้นขาแข็งไ อ่านต่อ

กล้ามเนื้อต้นขาตึง ยืดท่าไหนดี มักเกิดจากการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อต้นขามากเกินไป เช่น วิ่งจนขาตึง หรือ Squat จนกล้ามเนื้อต้นขาแข็งไปหมด บางคนนั่งทำงานออฟฟิศนานๆ

ก็อาจมีอาการเมื่อย ตึง ได้เช่นกัน เมื่อกล้ามเนื้อตึง ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ฝืด ติดขัด มีการเสียดสีเพิ่มมากขึ้นทำให้เครื่องจักรเสียหายได้ง่าย กล้ามเนื้อและข้อต่อ ก็เช่น กัน เมื่อกล้ามเนื้อตึง แรงกดจะไปตกอยู่ที่ข้อต่อ ข้อเข่า มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าไม่สามารถ พับงอ ได้อย่างสะดวก เมื่อเสียดสีมากๆ เกิดเป็นการอักเสบ การปวดเข่าตามมา การออกกำลังกายที่มากเกินไป และไม่มีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อเพียงพอ สามารถนำมาซึ่งการบาดเจ็บได้ง่ายๆเลย

วิธีการแก้ไข ยืดท่าไหนดี

ดังนั้น การยืดเหยียด จึงมีความสำคัญ การนวดหลังออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้มาก ใครที่อยู่บ้านไม่มีใครนวดให้ หรือไม่รู้จะยืดท่าไหน (ก็ว่ายืดพอแล้วนะ ทำไมยังตึงอยู่) โยคะช่วยได้!!  สามารถทำตามคลิปนี้ได้เลย เป็นท่าโยคะง่ายๆ ห้านาที เท่านั้น  ช่วยคลายกล้ามเนื้อต้นขา และลดอาการเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณก้น หรือที่เรียกว่า glutes นั่นเอง สามารถประยุกต์ใช้ท่านี้ได้ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย ป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างดีเยี่ยม อาการปวดเข่า จากกล้ามเนื้อตึง จะไม่มารังควาญใจอีก

gclub support