สาหร่าย อร่อยดีมีประโยชน์ หรือปนเปื้อนสารพิษ?

หากคุณเคยทานอาหารที่มีสาหร่ายเป็นส่วนประกอบ คุณจะต้องเข้าใจได้ดีว่าทำไมสาหร่ายถึงเป็นที่นิยมชื่นชอบกันมากมายทั่วเอเชีย อาจรวมไปถึงทั่วโลก โดยเฉพาะในไทยเอง ก็มีการนำสาหร่ายมาประกอบอาหารทั้งคาวหวานกันอย่างแพร่หลาย นอกจากโปรตีน และสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว สาหร่ายยังมีรสชาติที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “อูมามิ” รสชาติอร่อยกลมกล่อมตามธรรมชาติอีกด้วย

แต่สาหร่ายบางชนิดอาจเติบโตในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษ เช่น สารหนู แคดเมียม และปรอท หากเราบริโภคสาหร่ายที่มีสารปนเปื้อนเข้าไปมากๆ อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ทั้งสารหนูในเลือด ต่อมหมวกไต และตับอ่อน อาจทำให้หลอดเลือดแดงหดตัวลง หากเป็นแคมเมียม ก็จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และยังอาจเป็นสารพิษที่สะสมอยู่ในตับ เลือด และไตได้อีกด้วย นอกจากนี้เมื่อแคดเมียมมีสารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้อีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการศึกษาปริมาณธาตุชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ประเภทสาหร่าย ทั้งชนิดที่เป็นวัตถุดิบและชนิดที่ปรุงรสแล้ว สถาบันฯ จึงทำการสุ่มตัวอย่างสาหร่ายที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หลายๆ ยี่ห้อ (หลากหลายรสชาติ) สาหร่ายที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เกาหลี, ญี่ปุ่น และจีน รวมถึงสาหร่ายน้ำจืดสไปรูลินา ที่นิยมบริโภคเป็นอาหารเสริม

ผลการศึกษา พบว่า ตัวอย่างสาหร่ายทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีนทั้งหมด มีปริมาณสารหนูเกินค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย (>2 มก./กก.) โดยเฉพาะสาหร่ายที่นำเข้าจากจีน (ไม่ผ่านการปรุงแต่งรส) ซึ่งจะเป็นสาหร่ายแผ่นกลมที่นิยมนำมาทำเป็นแกงจืดหรือซุป มีปริมาณสารหนูเฉลี่ยสูงที่สุดและเกินค่ามาตรฐานทั้ง 5 ตัวอย่าง โดยค่าเฉลี่ยสูงถึง 37.9+7.0 มก./กก. (ค่าสูงสุด คือ 62.8 มก./กก.)

นอกจากนี้สาหร่ายทุกชนิดยังมีแคดเมียมในปริมาณค่อนข้างสูง มีสาหร่าย 13 ตัวอย่างจากทั้งหมด 51 ตัวอย่าง (25.5%) ที่มีปริมาณแคดเมียมเกิน 3.0 มก./กก. เป็นตัวอย่างสาหร่ายที่นำเข้าจากจีนและที่ผลิตในไทย ส่วนปริมาณอลูมีเนียมนั้น พบว่า ตัวอย่างสาหร่ายปรุงรสของไทย และสาหร่ายดิบจากจีน มีปริมาณอลูมีเนียมค่อนข้างสูง (โดยเฉลี่ย >20 มก./กก.)

ผลการวิเคราะห์ปริมาณธาตุในสาหร่ายน้ำจืดสไปรูลินา พบว่า มีปริมาณสารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และอลูมีเนียม ต่ำกว่าสาหร่ายทะเลมาก (ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก สาหร่ายทะเลมักมีการปนเปื้อนธาตุเหล่านี้ เช่น สารหนู แคดเมียม ปรอท หรือตะกั่ว จากน้ำทะเล ซึ่งเป็นที่รองรับน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยสารพิษเหล่านี้ปนเปื้อนอยู่ในแม่น้ำซึ่งไหลลงสู่ทะเล หรือเกิดจากอนุภาคสารปนเปื้อนในอากาศ แล้วตกลงสู่ทะเล ทำให้สาหร่ายทะเลดูดซับสารพิษเข้าไปด้วย หรืออีกสาเหตุหนึ่ง อาจเป็นการปนเปื้อนธาตุต่างๆ นี้ จากขบวนการผลิต เช่น กรรมวิธีการแปรรูปสาหร่าย ซอสหรือเครื่องปรุงรสต่างๆ จึงทำให้สาหร่ายปรุงรสบางชนิด มีปริมาณสารหนู ตะกั่ว หรือแคดเมียมสูงกว่าสาหร่ายรสดั้งเดิม

ถึงแม้จะพบสารปนเปื้อนในสาหร่ายอยู่บ้าง แต่หากเราเลือกรับประทานสาหร่ายจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ และไม่ทานติดต่อกันนานจนเกินไป คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับการทานสาหร่ายได้เหมือนเดิม รับประโยชน์และสารอาหารดีๆ จากสาหร่ายได้เหมือนเดิมค่ะ

5 อาหารโปรตีนจากพืช ลดน้ำหนักได้จริงแน่นอน

หากปี 2016 เป็นปีแห่งเทรนด์กินคลีนเพื่อสุขภาพ ปี 2017 นี้ต่อยอดอีกหน่อย ด้วยการกินโปรตีนที่มาจากพืช เพื่อให้ได้สารอาหารที่สำคัญอย่างโปรตีนเพียวๆ ไม่เอี่ยวกับโซเดียมจากการปรุงรส และไขมันที่มากับเนื้อสัตว์ โปรตีนจากพืชสุดเจ๋งที่เราอยากแนะนำมีอะไรบ้าง ดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

1. ถั่วเลนทิล

ถั่วเลนทิล มีตั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และใยอาหาร นอกจากโปรตีนที่จะได้รับไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดีต่อสุขภาพของจริงแล้ว ยังทานเอาอิ่มเป็นมื้ออาหารแทนข้าว ขนมปัง หรือแป้งอื่นๆ ได้ แถมยังมีใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้อีกต่างหาก

สามารถต้มให้สุก ปรุงรสเล็กน้อย หรือโรยหน้าผักสลัด ผสมข้าวแล้วหุงทาน ผัดร่วมกับผัก ใส่ไปในส่วนผสมของซอสสปาเก็ตตี้ ใส่ลงไปในแกงจืด ผสมหมูสับปั้นเป็นก้อนกลมเป็นหมูบะช่อ และอื่นๆ อีกมากมาย

2. เมล็ดเจีย

เมล็ดเจียถือเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง ทั้งโปรตีน ใยอาหาร และไขมันที่ดีต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 สามารถโรยหน้าโจ๊ก ข้าวต้ม ซีเรียล หรือใส่ลงไปในอาหารหวานอย่างพุดดิ้ง เจลลี่ และเครื่องดื่มสมูทตี้ต่างๆ ได้เหมือนกัน

3. ควินัว

เราชอบควินัวเป็นพิเศษ เพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ปราศจากกลูเตน แถมยังมีโปรตีน และใยอาหารที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย รสชาติก็มันๆ จืดๆ ทานง่ายเหมือนข้าว ปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น ผสมข้าวแล้วหุง โรยสลัดผัก ผัดกับผัก และอื่นๆ อีกมากมาย

4. สาหร่าย

สาหร่ายเป็นแหล่งโปรตีนที่คล้ายเนื้อสัตว์ มีให้เลือกทานหลากหลายแล้วแต่ว่าจะชอบชนิดไหน แถมยังมีให้ทานทั้งสาหร่ายสด และสาหร่ายอบแห้ง สามารถนำมาห่อข้าวทานเหมือนชาวญี่ปุ่น หรือจะใส่ลงไปในแกงจืดเต้าหู้หมูสับเหมือนคนไทยก็ได้ นอกจากมีโปรตีนสูงแล้ว ยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อย ด้วย “อูมามิ” ที่มีอยู่ในสาหร่ายตามธรรมชาติอีกด้วย

5. ถั่วแระญี่ปุ่น

ถั่วแระญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย ทานง่าย และเป็นของว่างชั้นดีของคนที่กำลังอยากลดน้ำหนัก เพราะถั่วแระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยโปรตีน และใยอาหารสูง แล้วยังมีวิตามิน และแร่ธาตุ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้อีกด้วย

สามารถต้มทานเดี่ยวๆ โรยเกลือเล็กน้อย หรือจะนำไปผัดผัก ต้ม แกง ได้แล้วใครอยากจะพลิกแพลงได้ตามใจชอบ ทำได้ทั้งของคาว และของหวานอีกด้วย

เทรนด์โปรตีนจากพืชกำลังมาแรง อย่าลืมไปหามาลองทานเพื่อสุขภาพที่ดีกันบ้างนะคะ รับรองว่ารสชาติดี มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำซ่กจำเจ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับอาหารเมนูใหม่ๆ สูตรใหม่ๆ ไปได้เรื่อยๆ เลยล่ะ

อันตรายจาก “สลัดผัก” ที่คุณอาจไม่เคยรู้


หนึ่งในอาหารกินคลีนที่ใครๆ ก็นึกถึงคงหนีไม่พ้น “สลัดผัก” แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้กระทั่งผักสลัดที่เราทานกันยังพบอันตรายที่เราอาจมองข้าม อันตรายอย่างไร ป้องกันได้อย่างไร มาดูกันค่ะ

อันตรายจากสลัดผักที่คุณอาจไม่เคยรู้

1.ผักสดในสลัดที่มาจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจพบสารปนเปื้อน ประเภทสารเคมีจากยาฆ่าแมลงเกินกว่ากำหนด หากเราไม่ได้ล้างผักทานเอง อาจมีโอกาสรับยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าเชื้อรา ปุ๋ยเคมี อาจทำให้มีคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน กระสับกระส่าย ชักกระตุก หายใจขัด หรือหมดสติได้ (ในคนที่แพ้สารเคมีชนิดนั้นมากๆ)

2.ผักสดที่ใช้ปุ๋ยคอกในการปลูก หรือปลูกในพื้นที่ที่มีการทำปศุสัตว์ อาจเสี่ยงมีเชื้ออีโคไลที่มากับมูลของสัตว์ เช่น วัว ควาย และอาจเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อมีอาการท้องเสีย อุจจาระร่วงได้

3.สลัดผักที่ถูกบรรจุอยู่ในถุงเป็นเวลานาน จนเกิดน้ำขุ่นๆ ที่ก้นถุง อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อซาลโมเนลลา ที่ทำให้เรามีอาการท้องเสีย อุจจาระร่วงได้เช่นกัน

ทานสลัดผักอย่างไรให้ปลอดภัย

1.เลือกซื้อผัก จากแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้ในเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

2.ล้างผักให้สะอาดก่อนทาน โดยอาจแช่ในน้ำผสมเกลือ หรือผสมน้ำส้มสายชู 10-15 นาที หรืออาจแช่ในน้ำยาล้างผักสำเร็จรูป

3.หรือล้างผักโดยให้น้ำก๊อกไหลผ่าน 2 นาที ล้างหลายๆ ครั้ง หากเป็นผักที่มีก้านใบ หรือมีคราบขาวตามฝัก ตามผิว ให้คลี่ใบออกมา ถูขัดเบาๆ ให้คราบขาวออกไป

4.หากสามารถเลี่ยงไปทานผักที่ปรุงสุกได้ ก็จะลดโอกาสเสี่ยงได้มากยิ่งขึ้น

“นิ่วน้ำลาย” คืออะไร อันตรายหรือไม่?

หากพูดถึงโรคนิ่ว ทุกคนคงนึกถึงโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วในไต แต่อาจมีอีกโรคหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยิน นั่นก็คือ “นิ่วน้ำลาย” หรือ “นิ่วในต่อมน้ำลาย” นั่นเอง อาการเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน และมีวิธีป้องกันอย่างไร มาดูกันค่ะ

นิ่วน้ำลาย คืออะไร?

นิ่วน้ำลาย หรือนิ่วในต่อมน้ำลาย เป็นอาการผิดปกติของท่อน้ำลายที่มีการอุดตัน จนทำให้น้ำลายไม่สามารถไหลออกมาให้ความชุ่มชื้นภายในปากได้ตามปกติ เมื่อมีอาการคั่งของน้ำลายมากๆ อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวด และอาจติดเชื้อ จนกลายเป็นผนังท่อน้ำลายอักเสบ หรือเป็นฝีได้

นิ่วน้ำลาย เกิดจากสาเหตุใด?

นิ่วน้ำลาย อาจยังไม่สามารถหาสาเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด แต่เกิดขึ้นจากการสะสมขององค์ประกอบทางเคมีในน้ำลาย ส่วนใหญ่เป็นแคลเซียม อาจเกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำลายลดลงและ/หรือมีผนังท่อน้ำลายหนา ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ยังหาสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ไม่ขัดเจน

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคนิ่วน้ำลาย

ถึงแม้ว่าเราจะยังหาสาเหตุที่เกิดโรคนิ่วน้ำลายได้ไม่ชัดเจน แต่เราพอจะทราบปัจจัยเสี่ยงที่เป็นการกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้มากขึ้น นั่นคือ การดื่มน้ำน้อย การใช้ยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาต้านฮีสตามีน ยาลดความดันโลหิต ยาทางจิตเวช และยาควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ หรืออาจเกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บ กระทบกระแทกของต่อมน้ำลาย จนทำให้น้ำลายคั่ง จนเกิดเป็นนิ่ว ขัดขวางการไหลของน้ำลาย จนทำให้ท่อน้ำลายอุดตันได้

วิธีป้องกันจากโรคนิ่วน้ำลาย

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราห่างไกลจากโรคนิ่วน้ำลาย คือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่าให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ รักษาความสะอาดในช่องปาก ทั้งฟัน เหงือก และลิ้น และหากพบอาการอักเสบ ปวด หรือบวมในบริเวณช่องปาก เหงือก หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ให้รีบปรึกษาแพทย์ในทันที โดยอาจเลือกแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลเกี่ยวกับ หู คอ จมูก

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นนิ่วน้ำลาย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการหลั่งของน้ำลาย สามารถทำได้โดยการประคบบริเวณที่ปวดด้วยน้ำอุ่น ใช้มือรีดข้างแก้ม คาง และบริเวณด้านข้างลงมาตามแนวแก้ม ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีรสชาติเปรี้ยว เพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย ซึ่งอาจช่วยให้ก้อนนิ่วเล็กๆ หลุดออกมาได้ แต่หากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ อาจต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

5 สเต็ปล้างหน้าอย่างไรให้ถูกต้อง

การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่การล้างหน้าของคุณเพียงแค่เอาน้ำมาลูบๆ หน้าหรือเปล่า? เพราะหากคุณให้ความใส่ใจกับการล้างหน้า ปัญหาเรื่องผิวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ผิวคล้ำ ก็จะลดลงไปได้

วันนี้จึงขอแนะนำขั้นตอนการล้างหน้า เพราะผู้ชายหลายคนอาจมองข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไป

1. เตรียมตัวให้พร้อม การเตรียมตัวในที่นี้หมายความว่า ให้คุณเก็บผมข้างหน้าของคุณให้เรียบร้อยครับ เพื่อผมจะได้ไม่ลงมาเกะกะในเวลาล้างหน้า หนุ่มคนไหนไว้ผมยาวก็มัดหรือรวบให้ดี ใครด้านหน้ายาวก็อาจจะใช้ที่คาดผมคาดเอาไว้ก็ได้

2. น้ำที่เราใช้ล้างหน้า ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นจัด เพราะตื่นเช้ามา ผู้ชายอย่างเราๆ ก็รีบเร่งกันทุกคน การจะไปดูเรื่องอุณหภูมิคงไม่ได้ น้ำที่ใช้ ก็เป็นน้ำที่อุณภูมิห้องนี่แหละครับ ขอให้เป็นน้ำสะอาดก็พอแล้ว แต่..ถ้าหากคุณเป็นผู้ชายผิวแห้ง อาจจะต้องย้อนกลับไปดูเรื่องนี้ด้วยครับ ผู้ชายผิวแห้งไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ผิวหน้าของคุณแห้งไปอีก

3. ชโลมผิวหน้าด้วยน้ำสะอาดก่อน จากนั้นลงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

ตัวผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าล้าง ในท้องตลาดมีอยู่หลายรูปแบบครับ จะใช้แบบไหนก็ได้ ขอแค่ตัวคุณไม่แพ้ ใช้แล้วไม่เกิดสิว ก็พอแล้ว

การใช้โฟมล้างหน้า ให้คุณบีบลงบนฝ่ามือ แล้ว ถูให้เกิดฟองก่อนนะครับ แล้วค่อยนำมาล้างหน้า เพราะหาก คุณใช้โฟมล้างหน้าลงบนใบหน้าของคุณเลย เนื้อโฟมจะแตกตัวออกมาไม่หมด หรือเนื้อโฟมอาจไปอุดตันรูขุมขน ยากต่อการล้างออก และนำมาซึ่งการเกิดสิวได้ครับ

เมื่อคุณถูโฟมล้างหน้าที่มือ จนเกิดฟองแล้ว ให้นำฟองไปล้างหน้า ใช้นิ้ว ถูบนใบหน้าเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า

4. ล้างโฟมล้างหน้าออกด้วยน้ำสะอาด

5. ซับผิวหน้าให้แห้ง ด้วยผ้าขนหนู หรือ ทิชชู่ที่สะอาด *ย้ำนะครับ ว่า “ซับ” เพราะการเช็ดหน้า เพราะสิ่งที่คุณจะมาเสียดสีกับผิวหน้าของคุณ จะเป็นการทำร้ายผิวหน้าของคุณอย่างมาก หากคุณใช้ผ้าขนหนู ก็ควรแยก ผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดหน้า กับผ้าที่ใช้เช็ดตัวด้วยครับ เพราะจะได้ใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดจริงๆในการซับหน้า

แค่นี้เองครับ ผิวหน้าของผู้ชายอย่างเราๆ ก็จะสะอาดหมดจด สมกับเป็นการล้างหน้าที่แท้จริงแล้ว

บันได 4 ขั้นเพื่อความรักและภูมิใจในตนเอง

การที่เราจะเพิ่มความรัก ความภาคภูมิใจ และความเชื่อมั่นให้กับตนเองนั้น เราต้องเริ่มจากการมองโลกในแง่ดี หรือมีทัศนคติในเชิงบวกก่อน รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงความสมบูรณ์แบบ คุณต้องไม่ตั้งฉายาที่ไม่ดีให้กับตัวเอง หมั่นฝึกที่จะรักในสิ่งที่ดี ๆ ของตนเอง มองหาสิ่งที่ดีเรื่องที่ดีที่เราทำในทุก ๆ วัน หรือบางคนอาจจะเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมองหาคำแนะนำดี ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่โดยหลัก ๆ แล้ว การที่จะปรับให้เราเป็นคนที่รักและภูมิใจในตนเองได้นั้น มี 4 ขั้นตอนดังนี้

1. สร้างความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับตนเองจากภายใน เพราะหากตัวเราเองยังเห็นว่าตัวเองไม่ดี แล้วคนอื่นจะเห็นว่าเราดีได้อย่างไร ความรู้สึกว่าตนเองไม่ดี หรือดีไม่พอนั้น มักจะเกิดขึ้นภายในใจของคนที่แสวงหาความรัก และการยอมรับ นอกจากนั้น คุณควรจะหลีกเลี่ยงความต้องการที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ความคิดดังกล่าวนี้ ทำให้เราไม่พอใจในตัวเอง ในสิ่งที่ได้กระทำ เพราะรู้สึกว่า มันยังไม่สมบูรณ์แบบสักที บางคนเมื่อทำอะไรไม่ได้ดีดังที่คิด ก็ประณามตนเอง เรียกตนเองด้วยสัญญาลักษณ์ที่ไม่ดีเช่น ผู้ล้มเหลว คนตกงาน หรือคนโง่ เป็นต้น คำประณามตนเองเหล่านี้ ยิ่งลดความรักและความภาคภูมิใจในตนเอง ในทางกลับกัน ควรจะคิดว่า สิ่งที่ไม่ดี สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่เราก็ต้องผ่านสถานการณ์นั้นไปให้ได้

2. พยายามฝึกฝนที่จะรักตัวเอง วิธีการก็คือให้บันทึกสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นรายวัน เรื่องดี ๆ ที่คนอื่นทำให้คุณ หรือคุณทำให้คนอื่น เมื่อคุณนำมันมาอ่านคุณก็จะเห็นเหตุผลมากมาย ที่ทำให้คุณรักและภูมิใจในตนเอง คุณอาจจะให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เป็นอาหารดี ๆ ในภัตตาคารหรู หนังสือ วีดีโอเกม หรืออะไรที่คุณหมายตาไว้ ทริปท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการนวดหน้านวดตัว ก็ถือเป็นรางวัลชีวิตได้เช่นกัน ในกรณีที่คุณได้ยินได้ฟังคำสบประมาท หรือคำพูดไม่ดีจากคนอื่น ก็อย่าไปคิดแง่ลบ แต่ให้พยายามควบคุมอามรณ์ และหาเหตุผลว่าทำไมถึงได้ถูกตำหนิเช่นนั้น นอกจากนี้ อาจจะพยายามหาสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดี ทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ เช่นการออกกำลังกาย การเต้นรำ การเขียนหนังสือ หรือแม้กระทั่งการปรึกษา พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เมื่อคุณได้ให้รางวัล ให้เวลากับการฝึกที่จะรักตัวเองแล้ว คุณจะเห็นแง่ดีอีกหลาย ๆ อย่างตามมาในชีวิต

3. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนมีความเมตตา ไม่เฉพาะความเมตตาต่อผู้อื่นเท่านั้น ต้องเมตตาตนเองด้วยเช่นกัน ความเมตตานี้ ทำให้คุณกล้าที่รักทั้งตนเองและผู้อื่นโดยปราศจากการตัดสิน เพราะการตัดสินนั้น เป็นสิ่งที่บั่นทอนความสัมพันธ์ นอกจากนี้ ให้ฝึกที่จะหายใจลึก ๆ ช้า ๆ นั่งลงให้รู้สึกสบาย และฝึกการหายใจที่ช่วยผ่อนคลาย ระหว่างนั้น ก็ให้บอกตัวเองว่า เราจะทำตามความฝันได้สำเร็จ จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เราจะรักคนอื่นด้วยหัวใจ เราหวังว่าตัวเองและครอบครัวจะปลอดภัยจากสิ่งเลวร้าย เราหวังว่าทุกคนในชีวิตจะได้รับสิ่งดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเอง เพื่อน หรือครอบครัว และที่สำคัญเรียนรู้ที่จะให้อภัยตนเองและผู้อื่น

4. ต้องเข้าใจในความรักที่มีต่อตัวเอง ความไม่รักตัวเองนั้นเป็นเรื่องอันตราย มันสามารถนำพาเราไปสู่ทางเลือกที่เลวร้าย ทำให้เราขาดสติ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะนำไปสู่การมีปัญหาทางสุขภาพจิต ความทรงจำหรือประสบการณ์ในวัยเด็กของแต่ละคนนั้น อาจจะส่งต่อความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในตัวเอง ความสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูก ส่งผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ บางคนมีปัญหาเรื่องร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ก็เพราะได้รับผลกระทบในวัยเด็ก บางคนในวัยเด็กถูกประมาณว่า ดื้อ โง่ หรือน่าเบื่อ ก็ทำให้เขามีทัศนคติในเชิงลบต่อตนเองติดมาจนโตเช่นกัน หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่เคยได้รับประสบการณ์จนส่งผลให้ขาดความรักและภาคภูมิใจในตัวเองนั้น การฝึกให้รักตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการฝึกและพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจจะเริ่มจากการฝึกที่จะเผชิญกับทัศนคติในเชิงลบของคนใกล้ตัว เช่นคนรัก คู่รอง เจ้านาย พ่อแม่ รวมทั้งคนแปลกหน้าที่อาจจะบังเอิญมีเหตุให้ต้องพบกัน ให้พยายามให้กำลังใจกับตัวเอง และปล่อยให้เรื่องเลวร้ายนั้นผ่านไป โดยไม่ให้มันวนเวียนมาทำร้ายความรู้สึกของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จ๊ะจ๋า ไม่แฮปปี้!! เจอข่าวมั่วตั้งท้อง ทำเดือดร้อนถึงพ่อแม่

อยู่ดีๆ ก็เจอกระแสดราม่าเข้าซะได้ สำหรับนางเอกสาว “จ๊ะจ๋า พริมรตา” หลังมีสื่อตีข่าวโคมลอยในทำนองที่ว่า ช่วงนี้เจ้าตัวดูอ้วนขึ้นเหมือนกับคนที่กำลังตั้งท้อง จนคนรอบข้างรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากข่าวที่ไม่เป็นความจริง!! ล่าสุดเจ้าตัวก็เลยถือโอกาสออกมาชี้แจงกระแสข่าวดังกล่าวกับกองทัพสื่อแบบจัดหนัก พร้อมทั้งยืนยันชัดเจนว่าตนเองไม่ได้กำลังตั้งท้องอย่างที่มีข่าวลือออกมาแน่นอน

ส่วนเรื่องสถานะความสัมพันธ์กับหวานใจรุ่นใหญ่ “จิ๊บ วสุ” หลังจากที่ฝ่ายชายออกมาการหึงโหดถึงขนาดส่งข้อความมาขู่เบาๆ จนเจ้าตัวต้องนำมาโพสต์ลงอินสตาแกรมนั้น สาวจ๊ะจ๋าก็ได้ชี้แจงว่าเป็นเพียงการเล่นกันขำๆ ของทั้งคู่ เพราะปกติแล้วหนุ่มจิ๊บจะค่อนข้างเป็นคนขี้เล่นอยู่แล้ว…

“เรื่องที่พี่จิ๊บเขาหึง เอ่อ…อันนั้นเขาน่าจะมาเล่นมากกว่า ไม่มีอะไร (หัวเราะ) คือจ๋ามองว่าถ้าเกิดเราไม่ได้รักกัน ไม่ได้รู้สึกถึงพื้นที่ที่มีให้กัน เขาก็คงไม่แสดงออกขนาดนี้ แต่จ๊ะจ๋าชอบนะ ถามว่าแบบนี้เราจะลองใจเขาบ่อยๆ ไหม เอ่อ…ถ้าเจอเขียนชาตะมรณะบ่อยก็คงไม่ดีนะ (หัวเราะ) จริงๆ นิสัยส่วนตัวของพี่จิ๊บเขาเป็นคนขี้หึงหรือไม่เปล่า จ๊ะจ๋าต้องอธิบายก่อนว่า ถ้าปกติเราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเป็นห่วง และเราทั้งคู่ก็ยืนอยู่บนความเชื่อใจกันมาโดยตลอด แต่ด้วยความที่เราเป็นคนขี้เล่น แหย่มาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่สาม หรือหนุ่มหนุ่มคนอื่นๆ เลยนะ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกก็ถือว่าได้ความรู้ใหม่ ว่าไม่ควร (หัวเราะ)”

กลับข่าวล่าสุดที่มีออกมาว่าจ๊ะจ๋า ป่องแล้ว ?
“อันนี้ต้องขอบคุณคนปล่อยข่าวออกมานะ ที่ทำให้จ๊ะจ๋าได้หันมามองดูตัวเองอีกครั้ง เราอ้วนขึ้นจริงๆ หรือ (หัวเราะ) ตอนแรกเราก็ขำนะ แต่พอผ่านไปสักพักชักจะขำไม่ออก เพราะเวลาเจอคนอื่นๆ เขาจะไม่มองหน้าเราเลย เขามองแต่ท้อง ซึ่งจริงๆ เราก็มีช่วงที่อ้วนขึ้นเหมือนกัน เพราะเป็นช่วงที่พัก ไม่ได้ทำงาน แต่พอมีคนถามเข้ามามากๆ ถามทั้งครอบครัวว่าเราท้องหรอ ทั้งๆ ที่เราก็ยังไม่ได้แต่งงาน อันนี้มันขำไม่ออกจริงๆ”

“และการที่จ๊ะจ๋าต้องมาตอบคำถามเรื่องท้องทั้งๆ ที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่เรื่องตลก มันทำให้นอยด์มากกว่า แล้วการที่เราอยู่ในวงการบันเทิงมันอาจจะทำให้เรากังวลด้วย ซึ่งจ๊ะจ๋ายืนยันได้เลยว่าไม่มีโอกาสที่จ๊ะจ๋าข้ามขั้นไปถึงเรื่องการมีน้องได้เลยค่ะ”

“คือเอาจริงๆ สำหรับเรื่องนี้จ๊ะจ๋าได้เห็นทั้งข่าวและภาพข่าวนะคะ แล้วที่บอกว่าจ๊ะจ๋าอ้วนจนดูเหมือนจะมีน้อง ซึ่งเมื่อดูภาพข่าวมันดูค่อนข้างขัดแย้งกันมาก จนคิดได้ว่าอาจจะมีผู้ที่หวังดีมากๆ ปล่อยข่าวนี้ออกมา สำหรับเราถามว่า แรงไปไหม เอ่อ…คือแล้วแต่มุมมองของคนค่ะ อย่างพี่จิ๊บก็บอกว่าอยู่วงการบันเทิงก็ขำๆ แต่บางทีมันก็ขำไม่ออกนะ ผู้หญิงบางคนการที่เขาดูมีน้ำมีนวลขึ้นอาจจะดูอวบก็จริงอยู่ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นการสร้างกล้ามเนื้อเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ข่าวแบบนี้มันอาจจะดูแย่ไปไหมสำหรับเขา แต่บอกได้เลยว่าตอนนี้จ๊ะจ๋าไม่นอยด์ไม่เครียดแล้วค่ะ เพราะเรามั่นใจในรูปร่างตัวเองมาก”

ใบเตย ขอย้ำ! ไม่มีการรีทัชยืดขา เพราะเป็นคนขายาวอยู่แล้ว

อุตส่าห์ลงทุนสลัดผ้าโชว์หุ่นเป๊ะ แต่ดันเจอดราม่าจากชาวเน็ตซะได้ สำหรับลูกทุ่งสาวนุ่งสั้น “ใบเตย สุธีวัน” ที่ถูกมองว่า ให้ทีมงานช่วยรีทัชภาพจนโอเวอร์!! โดยเฉพาะช่วงขาที่ไม่ว่าดูยังไง…ยังไง ก็ยาวกว่าปกติ

งานนี้ทำเอาสาวใบเตยต้องรีบออกมาเคลียร์แบบด่วนๆ เลยว่า ภาพแฟชั่นที่เห็น ทีมงานไม่ได้ทำการรีทัชยืดขาอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเพราะปกติเธอเป็นคนที่มีช่วงขายาวอยู่แล้ว แถมวันนั้นยังสวมรองเท้าส้นสูงถึง 8 นิ้ว จึงทำให้ภาพถ่ายที่ออกมาดูสูงกว่าปกติ ส่วนเรื่องกระแสวิจารณ์ต่างๆ เจ้าตัวไม่ได้ซีเรียสอะไร เนื่องจากเข้าใจสังคมโซเชียลฯ ดี…

มาร่วมงานแต่งงานวันนี้ ถือโอกาสมาแอบดูงานไว้ล่วงหน้าเลยไหม ?
“(หัวเราะ) ระดับหนึ่งค่ะ แต่ว่าหลักๆ ก็มาร่วมแสดงความยินดี พี่เชนบอกแล้วว่าการแต่งงานเสียเงินเยอะมากๆ ซึ่งก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องรับรู้ไว้”

ถามถึงล่าสุดที่มีคนจับผิดรูปที่ลงไอจีว่าขายาวผิดปกติ ?
“เอาจริงๆ ต้องบอกก่อนว่าประเด็นเรื่องขายาวโดนมาหลายปีติดมากๆ ซึ่งไม่ค่อยได้ออกมาพูด แต่บอกไว้เลยว่าใบเตยเป็นคนที่ขายาวแบบสูง 170 กว่าเลยค่ะ คือเป็นคนขายาวแต่ตัวสั้นมากๆ แล้วพี่คนที่ถ่ายรูปให้ก็เป็นมืออาชีพ ซึ่งเขาบอกเลยว่ามุมกล้องนี้แทบจะไม่ได้รีทัชอะไรเลย แล้วจะให้ใบเตยมาใช้แอพเพิ่มขายาวนั้นไม่ใช่แน่นอน ทุกอย่างมาจากตากล้องทั้งหมด อย่างที่บอกว่าเขาเป็นมืออาชีพเลยค่อนข้างที่จะรู้มุม จริงๆ ใบเตยก็สอบถามว่ารีทัชหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่ได้รีทัชอะไร แค่ปรับให้มันตรงเพราะว่าใบเตยเป็นคนที่ขายาวธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าใส่ไฮคัตที่เป็นชุดว่ายน้ำก็จะเห็นสัดส่วนที่เป็นขาของตัวเราทั้งหมด แต่จะไปรีทัชตรงส่วนอื่นมากกว่าเพราะว่าขาของเรามีปัญหาน้อยที่สุดค่ะ”

เสียเซลฟ์ไหมที่โดนทักว่าใช้แอพฯ เพิ่มขายาวทั้งที่ความจริงขายาวเป็นธรรมชาติเอง ?
“ไม่หรอกค่ะ ใบเตยก็เข้าใจสังคมในโซเชียลฯ เพราะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าส่วนไหนในร่างกายที่มันดูดีที่สุด อีกอย่างคือใบเตยสูง 157 เซนติเมตร แต่วันนั้นใส่ส้นสูงเพิ่มไปอีก 8 นิ้ว ฉะนั้นมันก็ไม่แปลกที่จะยิ่งทำให้ขาดูยาว แล้วก็ไม่ได้ใส่แค่ตอนถ่ายแบบ แต่ว่าใส่ลงน้ำ ใส่เดินปกติ ทุกครั้งในการถ่ายแบบใบเตยจะทุ่มเทอยู่แล้ว”

วันนี้แอบเห็นว่าใส่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายมาด้วย มีอะไรพิเศษหรือเปล่า?
“ใส่แหวนปกติค่ะ วงนี้เป็นของตัวเองที่ซื้อให้ตัวเอง ของที่ผู้ชายให้ทำหายไปแล้ว ที่เลือกใส่เป็นนิ้วนางข้างซ้ายเพราะว่าเป็นข้างที่ถนัด ต่อให้เป็นแหวนอะไรก็ถนัดที่จะใส่นิ้วนี้ค่ะ ทุกครั้งก็จะมีคนเข้ามาถามว่าเอ๊ะ! แหวนหมั้นหรือเปล่า แต่ส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะมองว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง”

แสดงว่าถ้าเป็นของที่พี่แมนให้จะต้องใหญ่กว่านี้หรือเปล่า?
“อันนี้ก็อยากได้อยู่ค่ะ (หัวเราะ)”

จิ้นกันข้ามปี “ออม สุชาร์” นับวันสนิทหวาน “ปีเตอร์ เดนแมน”

แหมๆ อาการความจิ้น-ฟินเวอร์ยังไม่หมดไปง่ายๆ หลังจากที่เคยตกเป็นข่าวจับคู่กันระหว่าง “ออม สุชาร์” สาวที่เคยได้ฉายาคาสโนวี่ กับดาวรุ่งหนุ่มหน้าฝรั่งหล่อสุดๆ อย่าง “ปีเตอร์ เดนแมน” ดาราใหม่ช่อง 3 จนต้องออกมาปฏิเสธพร้อมๆ กันว่า ไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่พี่น้องร่วมงานในละครเรื่องเดียวกันก็เท่านั้นเอง

ทำให้ สาวออม กับ หนุ่มปีเตอร์ ถูกจับตากลายเป็นคู่จิ้นอีกคู่ของช่องไปเรียบร้อย และดูเหมือนว่าความจิ้นจะต่อเนื่องข้ามปีกันเลยทีเดียว เพราะทั้งคู่ยังคงถ่ายทำละคร “รักพลิกล็อก” กันอยู่ แม้จะเข้าใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงานแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความหวาน..สนิทสนมของคู่นี้ โชยออกมาอยู่เรื่อยๆ

โดยเฉพาะล่าสุดกับวันเกิดของ สาวออม ก็มีหนุ่มฝรั่งคนนี้นี่แหละ ที่คอยให้กำลังใจและอวยพรวันเกิดในสถานะน้องชายสุดซี้ แถมยังออกเดินสายคู่กันไปสวัสดีปีใหม่ผู้ใหญ่ในวงการ รวมทั้งทำบุญวันเกิดด้วยกัน จนเกือบไม่เชื่อว่า…นี่เป็นแค่พี่น้องร่วมวงการกันนะ ส่วนด้านกองเชียร์กองหนุน..พลังจิ้น ก็ฟินไปตามๆ กัน อยากจะลุ้นให้ขึ้น แต่ทั้งคู่ก็สกัดทางเอาไว้แล้วว่า ยังไงก็แค่..พี่น้องค่ะ

“เรน” ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า “คิมแตฮี” หลังคบรักกัน 4 ปี

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วภูมิภาคเอเชียในเช้าวันนี้ สำหรับความรักระหว่าง 2 ซุปตาร์แดนกิมจิ ที่ออกมาประกาศข่าวดี คอนเฟิร์มว่าทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานเร็วๆ นี้ สำหรับนักร้องหนุ่ม “เรน” ที่คนไทยรู้จักกันดี กับดาราสาวที่ได้ฉายาว่า “นางฟ้า” อย่าง “คิมแตฮี”

ล่าสุดในวันนี้ (17 ม.ค.) หนุ่มเรน หรือชื่อจริง จองจีฮุน ได้โพสต์จดหมายลายมือของเขาเองลงในอินสตาแกรม @rain_oppa เพื่อแจ้งข่าวนี้กับแฟนๆ ที่คอยเป็นกำลังใจเขามาโดยตลอด โดยจดหมายภาษาเกาหลีที่เผยแพร่ออกมา สามารถสรุปใจความได้ว่า

“ผมเดบิวต์ในวงการนี้มา 16 ปีแล้ว แฟนๆ ยังคงสนับสนุนผมมาโดยตลอด รวมทั้งพวกคุณยังต้อนรับผู้หญิงที่งดงามคนหนึ่งในชีวิตของผมด้วย และเธอคนนี้กำลังจะเป็นทั้งแม่ของลูกผมในอนาคต ผมกำลังจะเป็นสามีและเริ่มสร้างครอบครัวแล้วครับ ตอนนี้ความรักและโชคชะตาของเราเป็นเช่นนั้น

สำหรับพิธีแต่งงานของเราจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ แต่เราขออนุญาตเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว เราขอบคุณทุกคนมากที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา ต่อจากนี้ไปผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทนักแสดงหรือนักร้อง รวมทั้งบทบาทอื่นๆ ที่กำลังจะเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย เธอคือของขวัญพิเศษที่สุดในชีวิตของผม”

จดหมายฉบับถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากที่เมื่อวันก่อนมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการแต่งงานของ เรน และ คิมแตฮี ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันชัดเจนได้ว่า ทั้งคู่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ตามรายงานยังบอกว่า พิธีแต่งงานของทั้งคู่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่โบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่ง